
โอเพนเอไอ (OpenAI) บริษัทพัฒนา AI ของสหรัฐฯ ออกมาชี้แจงกรณีเลิกจ้างนักวิจัยด้านความปลอดภัย 3 คน โดยยืนยันว่าทั้งสามละเมิดความไว้วางใจอย่างร้ายแรง หลังผลสอบสวนพบว่ามีการละเมิดนโยบายการจัดการข้อมูลอ่อนไหว
บริษัทออกมาชี้แจงปมดังกล่าว หลังจากที่จัสมิน หวัง, โทเม็ก คอร์บัก และมิกิตา บาเลสนี นักวิจัยที่ถูกเลิกจ้าง เผยแพร่จดหมายอธิบายกรณีที่เกิดขึ้น โดยเตือนว่าการเลิกจ้างอย่างกะทันหันอาจสร้างความรู้สึกไม่มั่นคงในหมู่พนักงานที่เหลือ และบั่นทอนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยแสดงความเห็นเกี่ยวกับความปลอดภัยได้อย่างตรงไปตรงมา
บาเลสนีโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เขาเชื่อว่าการเลิกจ้างมีสาเหตุมาจากการที่นักวิจัยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย มากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้นของบริษัท
อย่างไรก็ตาม โอเพนเอไอยืนยันว่า การเลิกจ้างไม่ได้มีสาเหตุมาจากการที่บุคคลทั้งสามหยิบยกประเด็นด้านความปลอดภัยหรือออกมาแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด พร้อมกับระบุว่า ผลการสอบสวนภายในพบการละเมิดความไว้วางใจในประเด็นสำคัญ ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในจดหมายของนักวิจัยทั้งสาม แต่ทางโอเพนเอไอก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการละเมิดดังกล่าว
โอเพนเอไอระบุด้วยว่า การถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยและงานวิจัยเกิดขึ้นเป็นประจำ และเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการตัดสินใจ โดยย้ำว่าไม่เคยเลิกจ้างพนักงานเพียงเพราะออกมาแสดงความกังวลด้านความปลอดภัย
ในจดหมายฉบับเดียวกัน นักวิจัยทั้งสามปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นแหล่งข่าวของบทความที่เว็บไซต์ ดิ อินฟอร์เมชัน (The Information) เผยแพร่เมื่อเดือนก.ย. ซึ่งรายงานข้อกังวลด้านความปลอดภัยของ “Astra” โมเดล AI รุ่นล่าสุดของโอเพนเอไอ
ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลในอุตสาหกรรม AI โดยนักวิจัยทั้งในอดีตและปัจจุบันจากโอเพนเอไอ, กูเกิล ดีปมายด์ (Google DeepMind) และแอนโทรปิก (Anthropic) ต่างเตือนว่าบริษัทต่าง ๆ ยังมีมาตรการป้องกันไม่เพียงพอสำหรับความเสี่ยงจากการพัฒนาระบบ AI ที่สามารถปรับปรุงตัวเองได้ และอาจพัฒนาไปจนมนุษย์ควบคุมได้ยาก
ก่อนหน้านี้ ในเดือนก.ค. AI Agent ของโอเพนเอไอสามารถหลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบ และเจาะระบบของฮักกิงเฟซ (Hugging Face) บริษัท AI อีกแห่งหนึ่งได้
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปรียพรรณ มีสุข





