“ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์” ปั้น Arc 9 Capital กางวิสัยทัศน์ 9X เดินหน้าลุย Private Equity อาเซียน ร่วมยกระดับธุรกิจพื้นฐานแกร่งเร่งสปีดโต

 Arc 9 Capital ซึ่งเป็น Private Equity ที่มุ่งเน้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าลงทุนในธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและพร้อมก้าวสู่การเติบโตระยะถัดไป โดยมีผลงานการลงทุนและขับเคลื่อนดีลมูลค่ารวมกว่า 17,000 ล้านบาท และปัจจุบันลงทุนแล้วใน 10 ธุรกิจทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “9X” ตั้งเป้ายกระดับศักยภาพและผลิตภาพของธุรกิจในพอร์ตตลอด 9 ปีข้างหน้า ด้วยการผสานเงินทุน เทคโนโลยี ข้อมูล บุคลากร และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อช่วยให้บริษัทที่มีพื้นฐานดีเติบโตได้เร็วขึ้น แข่งขันได้ดีขึ้น และก้าวจากธุรกิจท้องถิ่นสู่ผู้เล่นระดับภูมิภาค

นายภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วน Arc 9 Capital กล่าวว่า Private Equity คือการลงทุนที่มองศักยภาพและผลประกอบการของธุรกิจจริงมากกว่าความผันผวนของราคาหุ้นในตลาดแต่ละวัน เรานำเงินทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ที่มีศักยภาพ แล้วร่วมสร้างมูลค่าในระยะยาว ผลตอบแทนจึงมาได้ทั้งจากการเติบโตของกิจการ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการขายให้กับนักลงทุนเชิงกลยุทธ์

“Private Equity ไม่ควรหยุดอยู่แค่การนำเงินเข้าไปลงทุน หน้าที่ของเราคือการปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจอย่างแท้จริง ทั้งการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เปิดตลาดใหม่ ดึงทีมบริหารที่ใช่ วางกลยุทธ์ และนำเงินทุน เทคโนโลยี ข้อมูล และเครือข่ายเข้าไปช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วและแข็งแรงขึ้น 9X จึงไม่ได้หมายถึงแค่การเพิ่มมูลค่าบริษัท แต่คือคำถามที่เราตั้งไว้ว่า ใน 9 ปีข้างหน้า เราจะช่วยให้ธุรกิจทำงานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และสร้างผลผลิตได้มากขึ้นแบบก้าวกระโดดได้อย่างไร โดยมีข้อมูล AI เทคโนโลยี บุคลากร และพันธมิตรเป็นตัวเร่ง”

Arc 9 Capital มุ่งลงทุนในธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเป็นบวก และมีศักยภาพเติบโต ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว อาทิ ธุรกิจสุขภาพและอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี รวมถึงธุรกิจครอบครัวที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ธุรกิจที่ Arc 9 เข้าไปลงทุน ได้แก่
 
LACO: จากธุรกิจสินค้าเกษตรพื้นฐาน สู่ Global Food Company โดย บริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด (LACO) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกถั่วแระแช่แข็งรายใหญ่ของโลกที่ผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Trader Joe’s ซึ่ง Arc 9 Capital เข้าไปเป็นกลุ่มผู้ร่วมลงทุน ร่วมกับ Development Bank of Japan (DBJ) และครอบครัวผู้ก่อตั้ง LACO ปัจจุบัน LACO มีสัดส่วนการผลิตราว 11% ของปริมาณการผลิตถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็งทั่วโลก และคาดว่าจะมีรายได้ในปี 69 มากกว่า 2,000 ล้านบาทม การเติบโตระยะถัดไปจะเปลี่ยนจากธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์และรับจ้างผลิต ไปสู่ธุรกิจอาหารที่สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างแบรนด์ LACO อยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ตั้งแต่ถั่วแระญี่ปุ่นอบกรอบ ผลไม้แช่แข็งเคลือบช็อกโกแลต อาหารพร้อมรับประทาน ไปจนถึงสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารโปรตีนสูงสำหรับตลาดต่างประเทศ พร้อมนำทรัพย์สินทางปัญญาและแบรนด์ระดับโลก เช่น My Melody และ Kuromi จาก Sanrio มาสร้างความแตกต่าง เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็งและถั่วแระญี่ปุ่นจากสินค้าเกษตรพื้นฐานสู่สินค้าอุปโภคบริโภคที่สร้างคุณค่าแบรนด์ และเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มากขึ้น

เป้าหมายระยะยาวคือการยกระดับ LACO จากผู้ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง สู่บริษัทอาหารระดับโลกที่มีข้อมูล เทคโนโลยี นวัตกรรม และแบรนด์เป็นแกนกลางของการเติบโต โดยนายกรวี ศุภสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน Arc 9 Capital ในฐานะกรรมการ LACO ทำงานร่วมกับทีมบริหาร เพื่อสนับสนุนและต่อยอดแผนงานทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ การขยายตลาดและช่องทางจำหน่ายในต่างประเทศ ตลอดจนพิจารณาโครงสร้างเงินทุนรองรับการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ ยังร่วมเสนอแนวคิดและโอกาสใหม่เพื่อเสริมแผนการเติบโตของบริษัท เช่น การใช้ Brand Ambassador เพื่อสร้างการรับรู้และมูลค่าให้กับแบรนด์ และการศึกษาช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศโดยตรง

Pet Healthcare: ยกระดับด้วยมาตรฐานการรักษา ข้อมูล และ AI ภายใต้ โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก ซึ่งปัจจุบันเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลสัตว์เอกชนใหญ่อันดับ 2 ของไทย และเดินหน้าหาโอกาสขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องผ่านการเข้าซื้อกิจการ (M&A) โรงพยาบาลสัตว์ที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการรักษาให้เป็นหนึ่งเดียวในทุกสาขา

ในระยะถัดไป Arc 9 Capital มองถึงการพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ ทั้งการสรุปข้อมูลผู้ป่วย ค้นหาแนวทางการรักษา และติดตามเคส โดยการตัดสินใจทางคลินิกยังคงเป็นของสัตวแพทย์ เป้าหมายไม่ใช่การใช้เทคโนโลยีแทนแพทย์ แต่คือการช่วยให้แพทย์มีเวลาใส่ใจผู้ป่วยและเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้น เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง คือความมั่นใจว่าสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
 
SGIS: การศึกษาระดับโลก ในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น Arc 9 Capital ยังลงทุนใน Singapore Global International School (SGIS) โรงเรียนนานาชาติที่พัฒนาร่วมกับ Principals Academy จากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ โดยนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการศึกษา “Authentic Singapore” มาพัฒนาหลักสูตรและการบริหารโรงเรียนในประเทศไทย เป้าหมายคือการทำให้ครอบครัวเข้าถึงการศึกษานานาชาติคุณภาพสูง ในค่าเล่าเรียนที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากขึ้น


SGIS มุ่งปั้นเด็กให้เป็น “Happy Achievers” หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันดีว่า “เก่ง ดี มีสุข” ด้วยการผสานความเข้มข้นทางวิชาการแบบเอเชีย เข้ากับการเรียนรู้แบบองค์รวมและความคิดสร้างสรรค์แบบตะวันตก โดยไม่ลืมรากและคุณค่าแบบไทย มีค่าเล่าเรียนเริ่มต้นประมาณ 295,000 บาทต่อปี และแม้วิทยาเขตแรกย่านศรีนครินทร์จะเพิ่งเริ่มก่อสร้างได้ราว 2 เดือน แต่มีนักเรียนสมัครแล้วกว่า 100 คน ซึ่ง Arc 9 Capital และพันธมิตรอยู่ระหว่างศึกษาการขยายวิทยาเขตใหม่ในกรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นในประเทศไทย รวมถึงการนำแนวทางการศึกษาของ SGIS ไปสู่ประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
นายภูรัตน์ กล่าวว่า การลงทุนเหล่านี้สะท้อนแนวทางของ Arc 9 Capital ที่ไม่ได้จำกัดบทบาทแค่การจัดสรรเงินทุน แต่เน้นการสร้างความร่วมมือ นำองค์ความรู้จากต่างประเทศมาต่อยอด สร้างระบบและเทคโนโลยี และเชื่อมบริษัทในพอร์ตเข้ากับเครือข่ายระดับภูมิภาคและระดับโลก ในทางปฏิบัติ Arc 9 Capital ทำงานร่วมกับบริษัทในพอร์ตครอบคลุมตั้งแต่ M&A การขยายตลาดต่างประเทศ การวางแผนสืบทอดกิจการ การเสริมทีมบริหารและธรรมาภิบาล การเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน การปรับโครงสร้างเงินทุน การสร้างระบบข้อมูลและนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ โดยปรับแนวทางให้เหมาะกับบริบทและเป้าหมายของแต่ละบริษัท

“สิ่งที่ทำให้ Arc 9 แตกต่างคือทีมที่มีประสบการณ์ทั้งด้าน Private Equity, M&A, วาณิชธนกิจ การบริหารธุรกิจ และการสร้างธุรกิจจริง เราจึงไม่ได้มองบริษัทผ่านตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เข้าใจทั้งมุมของนักลงทุนและเจ้าของกิจการ ตั้งแต่การหาโอกาสเติบโต การสร้างความร่วมมือ ไปจนถึงโจทย์ที่ซับซ้อนอย่างการสืบทอดธุรกิจ การสร้างทีมใหม่ หรือการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับการเติบโตขั้นต่อไป”นายภูรัตน์ กล่าว