อินเดียออกมาตรการสกัดความต้องการดอลลาร์สหรัฐ หวังพยุงรูปีใกล้จุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

อินเดียประกาศมาตรการใหม่เพื่อพยุงค่าเงินรูปีที่อ่อนค่าลงมากกว่า 7% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ค่าเงินรูปีเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

มาตรการของธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 10 ต.ค. จะช่วยลดความต้องการซื้อดอลลาร์สหรัฐในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยธนาคารกลางจะเปิดช่องทางพิเศษเพื่อจัดหาดอลลาร์สหรัฐตามความต้องการในแต่ละวันให้แก่บริษัทจำหน่ายน้ำมันของรัฐ 3 แห่ง แทนการให้บริษัทเหล่านี้เข้าซื้อดอลลาร์ในตลาดซื้อขายทันที (Spot Market)

บริษัทที่ได้รับสิทธิใช้ช่องทางดังกล่าวตั้งแต่วันจันทร์ (12 ต.ค.) ได้แก่ อินเดียน ออยล์ (Indian Oil), ฮินดูสถาน ปิโตรเลียม (Hindustan Petroleum) และภารัต ปิโตรเลียม (Bharat Petroleum) โดยธนาคารกลางจะจัดสรรดอลลาร์สหรัฐจากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศให้แก่บริษัทเหล่านี้โดยตรง กลไกดังกล่าวเคยถูกนำมาใช้ในช่วงที่ตลาดเงินเผชิญแรงกดดัน

ดีราจ นิม นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคาร ANZ ในมุมไบ ระบุว่า การจัดหาดอลลาร์สหรัฐให้บริษัทน้ำมันโดยตรงจะช่วยลดความต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศจากหนึ่งในกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในตลาด ซึ่งน่าจะช่วยลดความผันผวนของค่าเงินได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะทำให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินเดียลดลงด้วย

หลังประกาศมาตรการ ค่าเงินรูปีแข็งค่าขึ้นราว 0.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในตลาดสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าแบบไม่ส่งมอบ (Non-Deliverable Forward – NDF) แม้การซื้อขายในตลาดดังกล่าวยังเบาบาง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช