
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 33.56 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่ามากจากเย็นวันจันทร์ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.61 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลายคนได้ออกมาให้ความเห็นว่า ไม่รีบที่จะขึ้นดอกเบี้ยต่อ ซึ่งทำให้ตัวดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเช้าวันนี้
และภาพใหญ่ตลาดรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ (ดัชนีราคาผู้บริโภค) ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ด้วย
นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.65 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.36 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันจันทร์ที่ระดับ 158.61/64 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.120 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1181 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.521 บาท/ดอลลาร์
– IMF ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 69 โต 2.1% และยังโต 2.1% ในปี 70 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยปีนี้ IMF คาดว่าจะอยู่ที่ 2.1% และลดลงเหลือ 1.7% ในปี 2570 โดยมองว่าประเทศไทยได้ผ่านสภาวะเงินฝืดไปแล้ว
– “เอกนิติ” มั่นใจพาเศรษฐกิจไทย โตไกลกว่า IMF คาด ดึงการลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
– ผู้ว่าฯ ธปท. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวที่ระดับ 2.3% ซึ่งสอดคล้องกับหลายสำนักวิจัยที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 2.0 – 2.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.2% สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพ และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวได้ดี
– ผู้ว่าฯ ธปท. มองเศรษฐกิจไทยยังไม่เหมาะลดดอกเบี้ย ย้ำรักษา Policy Space รองรับความเสี่ยงในอนาคต
– “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” นำไทยดีลการค้าบิ๊กโลก สหรัฐปลดล็อกภาษี ดึงจีนใช้โลคอลคอนเทนต์ พร้อมลงทุนอุตแปรรูปอาหารส่งออกกลับจีน ชี้ FTA ยุโรปคืบโอกาสเพิ่มจีดีพี 1.28 ขณะที่ UAE สร้างความมั่นคงพลังงานไทย เปิดประตูอาหารไทยใน GGC ดึง “อินเดีย” กลับโต๊ะเจรจา รับทำงานทุกวัน แต่เน้นป้องมากกว่าแก้
– “ปลัดคลัง” เผย แนวคิดรื้อภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หวังเพิ่มรายได้รัฐ เสริมวินัยการคลัง และรักษาความเชื่อมั่นประเทศ แจงเพดาน 5 พันบาท เป็นเพียงกรอบสูงสุดตามกฎหมายแม่ ส่วนอัตราจัดเก็บจริง คาดอยู่ที่ราว 1 พันบาท โดยจะจัดเก็บทั้งคนไทย-ต่างชาติ
– หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook: WEO) ว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัว 3.4% ลดลง 0.4% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าในปี 2570 จะขยายตัวลดลงเหลือ 3.4% เศรษฐกิจทั่วโลกยังมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดี โดยแรงส่งจากการลงทุนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยชดเชยแรงกดดันราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูง แต่สิ่งที่ไอเอ็มเอฟกังวลคือแม้เศรษฐกิจโลกจะปรับตัวได้ดีจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้ว
-ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (13 ต.ค.) หลังจากราคาน้ำมันย่อตัวลง ซึ่งทำให้ความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดน้อยลง
– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (13 ต.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง ก่อนที่ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) บนเวทีการประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
– สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ย.ในวันนี้ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) โดยดัชนี CPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และดัชนี PPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต
– นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค.
– นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด ในเวทีการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ในวันศุกร์นี้ (16 ต.ค.) โดยมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการของ IMF ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด
– นักลงทุนจับตาทิศทางหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงพัฒนาการของการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





