ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดบวก 0.7% แรงซื้อหุ้นยา-สินค้าอุปโภคบริโภคหนุนตลาด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพุธ (14 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น หลังเงินปอนด์อ่อนค่าจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับบริษัทที่มีรายได้จากการส่งออก

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,724.86 จุด เพิ่มขึ้น 74.53 จุด หรือ +0.70%

ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มความต้องการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากรายได้จากการส่งออก โดยหุ้นบริษัทยา AstraZeneca และ GSK ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3.4%

หุ้น Unilever บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น 2.5% ส่วนหุ้น Burberry ผู้ค้าปลีกสินค้าหรู พุ่งขึ้น 3.5% โดยทั้งสองบริษัทเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี FTSE 100

ด้านจอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ คาดว่าจะใช้การขึ้นภาษีหรือลดรายจ่ายภาครัฐเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการใหม่ แทนการกู้ยืมเพิ่ม ตามรายงานของไฟแนนเชียล ไทม์สในเมื่อวันพุธ ขณะที่สงครามอิหร่านเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะการคลังของอังกฤษ

หุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านปรับขึ้น 3.2% หลังฮิว พิลล์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) แสดงความไม่แน่ใจว่าธนาคารกลางจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยถึง 4 ครั้งในช่วง 1 ปีข้างหน้าตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมและผลกระทบต่อความต้องการซื้อบ้าน

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ธนาคารกลางอังกฤษมีแนวทางระมัดระวังมาโดยตลอด และเมื่อพิจารณาจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอ หากมีการขึ้นดอกเบี้ย ก็อาจเป็นเพียงมาตรการป้องกันความเสี่ยง

ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าร่วงลง 3.5% ตามราคาทองคำและเงินที่อ่อนตัวลง ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งมีน้ำหนักสูงในตลาดปรับลดลง 0.6%

หุ้น Big Yellow บริษัทให้บริการพื้นที่เก็บของแบบเช่า พุ่งขึ้น 5.4% หลัง Ancora นักลงทุนเชิงรุกเรียกร้องให้บริษัททบทวนกลยุทธ์ธุรกิจ และระบุว่าบริษัทอาจได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการเข้าซื้อกิจการ

บรรดานักลงทุนจับตาตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษประจำเดือนส.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดีนี้ (15 ต.ค.)

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช