หุ้นกลุ่มชิปในเอเชียร่วงแรง SK Hynix ดิ่งกว่า 10% กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยหนุนต้นทุนใช้จ่ายสูง

แรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (15 ต.ค.) โดยหุ้นบริษัทผลิตชิปในเอเชียร่วงลงตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดวอลล์สตรีท เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และปัญหาการระดมทุนเพื่อการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กดดันบรรยากาศการลงทุน

หุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของเกาหลีใต้ร่วงลง โดยหุ้น SK hynix ดิ่งลงกว่า 10 % ขณะที่หุ้น Samsung Electronics ร่วงลง 7.1% ส่วนหุ้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชิปของเกาหลีใต้ถูกเทขายเช่นกัน โดยหุ้น LG Innotek ร่วงลง 8.1%, หุ้น Seoul Semiconductor ร่วงลง 7.7% และหุ้น Samsung SDI ปรับตัวลง 6.8%

ในตลาดญี่ปุ่นนั้น หุ้น SoftBank Group ยักษ์ใหญ่การลงทุนด้านเทคโนโลยี ดิ่งลง7.9%. และหุ้น Advantest ผู้ผลิตอุปกรณ์เพื่อการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ ร่วงลง 6.9% ขณะที่หุ้น Tokyo Electron ซึ่งเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์การผลิตชิป ร่วงลง 5.4% และหุ้น Renesas Electronics ร่วงลง 5.4% เช่นกัน

การร่วงลงดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นว่า ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายด้านทุน (Capex) มูลค่ามหาศาลที่จำเป็นสำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6% จากระดับ 3.4% ในเดือนส.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.4% ในเดือนส.ค.

หลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 42% ในการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ เพิ่มขึ้นจากระดับ 22% ก่อนการเปิดเผยข้อมูล CPI นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้น้ำหนักมากถึง 93% ในการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช