IMF&World Bank: เวิลด์แบงก์-IMF ชี้ทางหนีกับดักรายได้ปานกลางต้องเปิดทางสตาร์ทอัพเข้าถึงทุน ชูโมเดลอินเดีย-สิงคโปร์อัดฉีดธุรกิจศักยภาพสูง

ผู้บริหารธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ว่า ประเทศเกิดใหม่ที่ติดอยู่ใน “กับดักรายได้ปานกลาง” ขาดการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) จึงต้องปรับกฎระเบียบและเปิดทางให้ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพเข้าถึงเงินทุน แทนการกระจายทรัพยากรไปยังธุรกิจที่ผลิตภาพต่ำ ในการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026

Ufuk Akcigit รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการฝ่ายตลาดทุนภาคเอกชน World Bank Group กล่าวในหัวข้อ How Venture Capital and Startups Are Driving Innovations Across Emerging Markets ภายใต้การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า ความคล่องตัวของภาคธุรกิจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างผลผลิตของประเทศ จำเป็นต้องมีกลไกการกำกับดูแลและกลไกทางการเงินเชิงปฏิรูป เพื่อช่วยผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แทนที่จะจัดสรรทรัพยากรไปให้แก่ธุรกิจที่มี Productivity ต่ำ

โดยจะเห็นว่าประเทศที่มีการเติบโตทรงตัว หรือประเทศที่ติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางมักขาดการเพิ่ม Productivity โดยเฉพาะในประเทศเกิดใหม่ ซึ่งการสร้างความคล่องตัวให้กับภาคธุรกิจสามารถช่วยยกระดับการเติบโตนี้ได้

การนำนวัตกรรมและการจัดสรรปัจจัยการผลิตใหม่ให้ภาคธุรกิจสร้างเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมา โดยได้รับการสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และทรัพยากรทางการเงินที่เข้ามาเสริมศักยภาพ และสร้าง Productivity มองว่าธุรกิจเหล่านี้ควรได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเงินทุน (Venture Capital) ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันในหลายประเทศในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ยังมีกฎระเบียบที่ขัดขวางกระบวนการนี้อยู่ ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของบริษัทที่เป็น Startup ทำได้จำกัด

Ceyla Pazarbasioglu ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์และการทบทวน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า การหาแนวทางระดมทุนให้แก่ธุรกิจ Startup ที่มีศักยภาพเติบโตสูงเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น จะต้องมีการขจัดอุปสรรคการเข้าสู่ตลาด รวมทั้งการสร้างข้อกำหนดและกฎระเบียบที่คล่องตัว มีนโยบายส่งเสริมการแข่งขัน และมีหน่วยงานช่วยป้องกันการทุ่มตลาด

“ธุรกิจ Startup ถือเป็นหน่วยธุรกิจที่ช่วยเข้ามาปรับเปลี่ยนทักษะ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการเชื่อมโยงเข้าสู่ Value Chain ให้กับหลายๆประเทศ” Ceyla กล่าว

ขณะที่การพัฒนากลไกตลาดทุน และโครงสร้างการระดมทุนให้ดียิ่งขึ้นผ่าน Private Equity และ Venture Capital ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ อย่างเช่น อินเดีย ในช่วงปี 2018-2025 มีการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงให้กับสตาร์ทอัพ (Venture Debt) รายปีพุ่งสูงถึง 16 เท่า ซึ่งกลายเป็นช่องทางการระดมทุนคู่ขนานที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสิงคโปร์ ก็มีกองทุนเทมาเส็ก ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารการลงทุนในการช่วยจัดหาเงินทุนให้ภาคธุรกิจในประเทศเช่นกัน

นอกจากนี้ Fintech ยังช่วยเป็นเครื่องมือที่สร้างประวัติการชำระสินเชื่อ โดยอิงจากสินค้าคงคลังและการทำธุรกรรมของบริษัท เพื่อใช้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และสร้างความน่าเชื่อถือทางด้านการเงินที่ภาคธุรกิจจะใช้อ้างอิงกับสถาบันการเงิน และ Venture Capital

Junaid Kamal Ahmad รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ สำนักงานประกันการลงทุนพหุภาคี (Multilateral Investment Guarantee Agency: MIGA) World Bank Group กล่าวว่า World Bank กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเครื่องมือปล่อยกู้ ไปสู่การดึงเอาพลังของทุนมาใช้เพื่อการพัฒนา โดยที่ MIGA กำลังพยายามดึงศักยภาพของธนาคารระดับโลก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าสู่ตลาดทุนโลกได้ ผ่านการยกระดับความน่าเชื่อถือทางสินเชื่อของ MIGA

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระยะยาวในระดับโลกด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ที่จะเป็นการส่งผ่านไปสู่การปล่อยสินเชื่อรายย่อยสำหรับ SMEs หน่วยงานจะช่วยเจรจากับธนาคารต่างๆ เจาะกลุ่มเป้าหมายวิสาหกิจที่มีศักยภาพและมีความคล่องตัวเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในการนำไปต่อยอดการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจ และปลดล็อก Produtivity ให้กับธุรกิจ และส่งผ่านไปยังการเพิ่มขีดความสามารถในระดับประเทศ

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล

ข่าวล่าสุด