IMF ชี้ภาระค่ารักษาพยาบาลจีนพุ่งเกือบเท่าสหรัฐฯ ฉุดคนไม่กล้าใช้เงิน-กดดันเศรษฐกิจ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า ภาระค่ารักษาพยาบาลที่สูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวจีนเลือกเก็บออมเงินมากกว่านำออกมาใช้จ่าย

IMF ระบุในหนังสือ “Toward a New Economic Growth Model for China” ซึ่งเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ว่า ครัวเรือนในชนบทของจีนใช้จ่ายด้านสุขภาพคิดเป็น 8.7% ของรายได้ที่ใช้จ่ายได้ (disposable income) สูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่ม 20 เศรษฐกิจขนาดใหญ่ รองจากสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่เกือบ 9.9% ส่วนประชากรในเขตเมืองของจีนมีสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 5.4% สูงเป็นอันดับ 3

เมื่อพิจารณารายได้ที่ใช้จ่ายได้ต่อหัว (per capita disposable income) ประกอบ พบว่า ชาวอเมริกันมีรายได้เฉลี่ย 68,289 ดอลลาร์ ณ สิ้นปีที่ผ่านมา สูงกว่าชาวจีนซึ่งมีรายได้ 43,377 หยวน หรือราว 6,400 ดอลลาร์สหรัฐ มากกว่า 10 เท่า

IMF ระบุโดยอ้างผลการวิเคราะห์ข้อมูลระดับเขตการปกครอง ว่า การเพิ่มงบประมาณภาครัฐด้านสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคมในพื้นที่ชนบทอย่างตรงจุด สามารถช่วยลดอัตราการออมของครัวเรือนในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างมีนัยสำคัญ

อี้จือ ซวี่ นักเศรษฐศาสตร์ประจำแผนกเอเชียเหนือของฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF และฟาน จาง รองผู้แทน IMF ประจำกรุงปักกิ่ง ระบุว่า จีนมีการใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ และการเพิ่มรายจ่ายในส่วนนี้จะช่วยกระตุ้นการบริโภค

ผลการศึกษายังพบว่า ผู้ที่ย้ายจากชนบทเข้ามาทำงานในเมืองมีอัตราการออมประมาณ 14% ขณะที่ผู้มีทะเบียนบ้านในเขตเมืองตามระบบหูโข่ว (hukou) ซึ่งมีสิทธิได้รับสวัสดิการสังคมมากกว่า มีอัตราการออมอยู่ที่ราว 6%

นอกจากนี้ ราคาที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงเป็นอีกปัจจัยที่กดดันการบริโภค และมีส่วนทำให้ครัวเรือนจีนมีอัตราการออมอยู่ในระดับสูง

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์