
นายเดวิด เซอร์วอส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ควรตรวจสอบประวัติความแม่นยำในการคาดการณ์เศรษฐกิจของตนเอง ก่อนที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการคลังของสหรัฐ
นายเซอร์วอสระบุในความเห็นที่ส่งถึงสำนักข่าว CNBC ว่า “เมื่อเราเห็นบทความเกี่ยวกับ IMF เราก็ควรระลึกไว้ด้วยว่า การคาดการณ์ในอดีตขององค์กรแห่งนี้มีความผิดพลาดและคลาดเคลื่อนมากเพียงใด”
อดีตนักเศรษฐศาสตร์จากวอลล์สตรีทรายนี้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวเพื่อตอบโต้นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ซึ่งได้ออกมาเตือนระหว่างการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้หนี้รัฐบาลกลางที่เพิ่มสูงขึ้นกลับเข้าสู่ระดับที่ยั่งยืนได้
ทั้งนี้ นางกอร์เกียวาแสดงความคิดเห็นดังกล่าว หลังจากนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CNBC เมื่อเดือนสิงหาคมว่า สหรัฐสามารถใช้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือในการลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่เพิ่มสูงขึ้นได้ หลังจากหนี้รัฐบาลสหรัฐพุ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์
นายเซอร์วอสกล่าวว่า “ในปี 2008 รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของ IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3% แต่เพียงหนึ่งปีต่อมา เรากลับเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลกหดตัวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคหลังสงครามโลก นอกจากนี้ เรายังเคยเห็น IMF มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 1997 ก่อนที่เศรษฐกิจในภูมิภาคจะล่มสลายลง”
เขากล่าวต่อว่า “เราเคยเห็น IMF มีมุมมองเชิงลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2022 แต่ในความเป็นจริง เศรษฐกิจรัสเซียกลับหดตัวเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับมาขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เรายังเคยเห็น IMF มีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่ออาร์เจนตินา หลังจากให้ความช่วยเหลือทางการเงินครั้งใหญ่ถึง 57,000 ล้านดอลลาร์ แต่เมื่อถึงปี 2020 อาร์เจนตินาก็กลับเข้าสู่ภาวะผิดนัดชำระหนี้อีกครั้ง”
“และหากย้อนดูประวัติศาสตร์ ก็ยังมีตัวอย่างอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีของกรีซ หรือการประเมินว่าเงินเฟ้อในสหรัฐเป็นปรากฏการณ์เพียงชั่วคราว”
นายเซอร์วอสกล่าวทิ้งท้ายว่า “ดังนั้น จึงควรรับฟังการประเมินเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง และอย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด”
ด้านนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเตือนว่า ภาระดอกเบี้ยหนี้ของรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการขาดดุลงบประมาณในระดับสูง ได้เพิ่มความเสี่ยงที่ประเทศจะเข้าสู่วงจรหนี้ที่ไม่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ยังคงมีความเห็นแตกต่างกันว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะผลักดันให้สหรัฐเผชิญกับวิกฤตการคลังอย่างแท้จริงหรือไม่
นางกอร์เกียวายังได้ออกมาเตือนประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับฐานะการคลังให้มีความมั่นคงมากขึ้น โดยในการให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว CNBC เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นางกอร์เกียวากล่าวว่า ข้อความที่เธอต้องการส่งถึงฝรั่งเศสคือ “จัดการปัญหาภายในประเทศของคุณให้เรียบร้อยเสียก่อน”
ขณะเดียวกัน สถาบันทางด้านเศรษฐกิจอื่น ๆ ก็เริ่มส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับต้นทุนการชำระหนี้ทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากยอดหนี้ทั่วโลกพุ่งทะลุ 365 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ระบุในรายงานประจำเดือนกันยายนว่า วงจรอุบาทว์ระหว่างการเลือกตั้งกับการใช้มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เฉพาะหน้าในระยะสั้น กำลังบั่นทอนความสามารถของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




