ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (16 ต.ค.) โดยหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่าง CoreWeave, Broadcom และบริษัทอื่น ๆ เผชิญแรงขายระลอกใหม่ ขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,002.41 จุด ลดลง 175.28 จุด หรือ -0.34%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,659.44 จุด ลดลง 84.62 จุด หรือ -1.09%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,140.03 จุด ลดลง 572.99 จุด หรือ -2.14%
ดัชนีหุ้น 6 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี S&P500 ปรับตัวลง โดยกลุ่มบริการสื่อสารร่วงลงมากที่สุด 2.52% ตามด้วยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่ลดลง 2.38%
ดัชนี S&P500 ปรับตัวลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.
ดัชนี Nasdaq ร่วงลงมากกว่า 4% ในรอบสัปดาห์นี้ โดยถูกกดดันจากความกังวลว่า บริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีภาระหนี้สูงอาจสร้างผลกำไรไม่ทันชำระหนี้ โดยเฉพาะเมื่อคาดว่าต้นทุนการกู้ยืมจะปรับตัวสูงขึ้น
หุ้น CoreWeave บริษัทผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia ร่วงลง 12% ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลงรวมประมาณ 25% ในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นกู้ของบริษัทถูกเทขายอย่างหนักในสัปดาห์นี้ ดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้สูงกว่า 15%
หุ้น Broadcom ร่วงลง 3.6% ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ PHLX ลดลง 2.5% และปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 8
หุ้น Tesla ร่วงลง 2.5% หลังผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้เปิดตัว Roadster รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยแรงขับดันคล้ายจรวดและพัฒนาร่วมกับ SpaceX
ส่วน Netflix แต่งตั้ง ปีเตอร์ ไรซ์ อดีตผู้บริหารของ Disney เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์เมื่อวันพฤหัสบดี โดยหุ้น Netflix ร่วงลง 2.9%
นักลงทุนยังจับตาราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในวันศุกร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดกำลังเผชิญความวิตก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งมักกดดันอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ของหุ้น นักลงทุนจึงมีแนวโน้มระมัดระวังตัวก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ แทนที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน
ความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนสำหรับธุรกิจ AI ยังเพิ่มขึ้น หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนบางรายที่ลงทุนใน Anthropic อยู่แล้ว รวมถึงนักลงทุนที่มีแนวโน้มจะเข้าลงทุน กำลังพิจารณามูลค่ากิจการที่ต่ำลงสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทในอนาคต
ฤดูรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 จะเข้าสู่ช่วงสำคัญในสัปดาห์หน้า โดย Tesla, Meta Platforms และ Procter & Gamble เตรียมเปิดเผยผลประกอบการ นักวิเคราะห์คาดการณ์โดยเฉลี่ยว่ากำไรรายไตรมาสจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% โดยได้รับแรงหนุนจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ AI ตามข้อมูลของ LSEG
แม้ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นราว 12% ตั้งแต่ต้นปี 2569 แต่การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่หุ้นครึ่งหนึ่งในดัชนีให้ผลตอบแทนไม่เกินประมาณ 6% และหุ้นราว 185 บริษัทมีราคาลดลงนับตั้งแต่ต้นปี
รายงานเงินเฟ้อผู้บริโภคและเงินเฟ้อผู้ผลิตของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สะท้อนว่าราคาสินค้าและบริการกำลังปรับตัวสูงขึ้นในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงาน เช่น น้ำมันเท่านั้น
เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวในวันศุกร์ว่า เขามองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในแง่ดี และรู้สึกประหลาดใจที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงรับมือได้ดี ท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ขณะที่ Barclays ปรับมุมมองเป็นคาดว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธ.ค. และอีก 0.25% ในเดือนม.ค.
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





