ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (16 ต.ค.) และปรับตัวลงรายสัปดาห์เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือนเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเงินเยน หลังตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมมากเท่าที่เคยประเมินไว้ ขณะที่นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับแรงเทขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.21% สู่ระดับ 101.837
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 158.05 เยนในวันศุกร์ จาก 158.14 เยนในวันพฤหัสบดี และอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.8242 ฟรังก์สวิส จาก 0.8271 ฟรังก์สวิส นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.4153 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.419 ดอลลาร์แคนาดา
เงินยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1233 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.1212 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3319 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3272 ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคและเงินเฟ้อผู้ผลิตของสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดในช่วงแรกของสัปดาห์นี้ แต่ความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟดที่ส่งสัญญาณว่า ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม ช่วยให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีเสถียรภาพ และลดแรงหนุนค่าเงินดอลลาร์
หุ้น AI ร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์นี้ และแรงกดดันยังลุกลามไปยังตลาดสินเชื่อบางส่วน เนื่องจากนักลงทุนที่ทุ่มเงินลงทุนในธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานของ AI เริ่มกังวลว่าผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลอาจไม่สามารถทำกำไรได้ทันเวลาเพื่อชำระหนี้
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในวันศุกร์และตลอดสัปดาห์นี้คือ ความเคลื่อนไหวของดอลลาร์มีความเชื่อมโยงกับการลงทุนในหุ้น AI อย่างใกล้ชิด โดยปกติแล้ว หากหุ้นเทคโนโลยีถูกเทขาย ดอลลาร์มักได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ครั้งนี้แม้จะเห็นแรงซื้อพันธบัตรในลักษณะดังกล่าว ดอลลาร์กลับอ่อนค่าลง
เงินปอนด์อังกฤษและฟรังก์สวิสเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ โดยฟรังก์สวิสได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และการคาดการณ์ว่า แม้ในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ สวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้ต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ 0%
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดประเมินโอกาส 83% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้ เพิ่มขึ้นจาก 49% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน
ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยกล่าวว่าเขาจะไม่ตัดสินผลการประชุมล่วงหน้า
ความเสี่ยงด้านการคลังของฝรั่งเศสยังคงเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ หลังค่าชดเชยความเสี่ยงของพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงต้นเดือนต.ค.
นักลงทุนคาดว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางหรือยูเครน เนื่องจากความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างอาจกระทบความนิยมของเขาก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม โดยเฉพาะหากทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น
ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น 0.13% ในรอบสัปดาห์นี้ หลังจากอ่อนค่าติดต่อกัน 4 สัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ความขัดแย้งกับอิหร่านเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ แต่กดดันสกุลเงินของประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงาน เช่น ประเทศที่ใช้เงินยูโรและเงินเยน
คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวย้ำเมื่อวันศุกร์ถึงความเสี่ยงที่เงินเฟ้อพื้นฐานอาจสูงเกินเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





