ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (19 ต.ค.) เนื่องจากการชะลอตัวของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหนุนตลาด ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาทิศทางหุ้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลในเทคโนโลยีดังกล่าว
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 64,534.03 จุด ลดลง 790.26 จุด หรือ -1.21%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,722.20 จุด เพิ่มขึ้น 5.91 จุด หรือ +0.16%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.9%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.27%
- ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในเทศกาลฉงหยาง
ราคาน้ำมันปรับตัวลงในช่วงเช้านี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระงับการบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรและคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังรัสเซียและประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยอ้างว่าเป็นการดำเนินการเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งการระงับใช้มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้รัสเซียสามารถส่งออกเชื้อเพลิงได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ปรับตัวลง 1.04 ดอลลาร์ แตะที่ระดับ 108.82 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ลดลง 26 เซนต์ มาอยู่ที่ระดับ 101.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจเอเชียในวันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 4.5% ในไตรมาส 3/2569 เมื่อเทียบรายปี เร่งตัวจากระดับ 4.3% ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.4%
ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 3/2569 ของจีนขยายตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากความแข็งแกร่งของอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีจีนในตลาดต่างประเทศได้ช่วยชดเชยการทรุดตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และอุปสงค์ผู้บริโภคที่ซบเซาลง
ส่วนยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 1.1% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.6%
ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ขยายตัว 5.5% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
อัตราว่างงานในเขตเมืองลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5.2% ในเดือนก.ย. จากระดับ 5.3% ในเดือนส.ค. สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของจีนเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ราคาบ้านใหม่ใน 70 เมืองของจีนปรับตัวลง 0.14% ในเดือนก.ย. ซึ่งดีกว่าเดือนส.ค.ที่ลดลง 0.17%
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ดิ่งลง 20.6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งย่ำแย่กว่าในช่วง 8 เดือนแรกที่ลดลง 19.9% ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเขตเมืองปรับตัวลง 7.2% ในช่วง 9 เดือนแรก หลังจากที่ลดลง 7.2% เช่นกันในช่วง 8 เดือนแรก ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ลดลง 7.3%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





