สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกว่า 2% ในวันจันทร์ (19 ต.ค.) หลังจากกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารในซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดอ่อนแรงลง เนื่องจากแรงขายทำกำไร และจากการคาดการณ์ที่ว่ารัสเซียอาจจะส่งออกน้ำมันสู่ตลาดเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 2.25 ดอลลาร์ หรือ 2.22% ปิดที่ 103.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 31 เซนต์ หรือ 0.28% ปิดที่ 109.55 ดอลลาร์/บาร์เรล
รายงานระบุว่า กลุ่มฮูตีได้เปิดฉากโจมตีซาอุดีอาระเบียระลอกใหม่ ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและทางทหาร ตลอดจนโรงงานของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในเมืองยันบู, แหล่งน้ำมันเชย์บาห์, ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด และสนามบินอับฮา
ด้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบียประกาศเลื่อนจัดการประชุม Future Investment Initiative ออกไปเป็นปี 2570 จากเดิมมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 ต.ค. ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2570 หลังจากกลุ่มฮูตีได้ยกระดับการโจมตีซาอุดีอาระเบียด้วยขีปนาวุธและโดรน
นอกจากนี้ กลุ่มฮูตีได้โจมตีค่ายฝึกกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลเยเมนในจังหวัดชับวาห์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานของเยเมน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 53 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 200 ราย
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า การไหลเวียนของน้ำมันดิบผ่านภูมิภาคตะวันออกกลางลดลงสู่ระดับประมาณ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ที่แล้ว จากระดับกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันถูกคุกคาม
ภาวะการซื้อขายในตลาดเป็นไปอย่างผันผวน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระงับการบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรและคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังรัสเซียและประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยอ้างว่าเป็นการดำเนินการเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งการระงับใช้มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้รัสเซียสามารถส่งออกเชื้อเพลิงได้มากขึ้น
สำหรับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้น ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เสนอจัดประชุมสุดยอดสามฝ่ายร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในเดือนพ.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการยุติสงครามยูเครน
อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซียรายหนึ่งเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) ว่า ปูตินได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดสามฝ่ายในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ซึ่งการสนทนาเดียวกันนี้ยังได้นำไปสู่ข้อตกลงที่สหรัฐฯ จะซื้อน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





