ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันจันทร์ (19 ต.ค.) โดยถูกกดดันจากหุ้น Barclays ที่ร่วงลงหลังมีรายงานว่าธนาคารกลางอังกฤษกำลังตรวจสอบธนาคารดังกล่าว ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่อ่อนตัวลงยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาด
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,764.69 จุด ลดลง 117.21 จุด หรือ -1.08%
หุ้น Barclays ร่วงลง 3.5% หลัง Financial Times รายงานว่า ธนาคารกลางอังกฤษกำลังตรวจสอบว่าผู้ค้าของธนาคารให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อเอกชนที่มีสภาพคล่องต่ำคลาดเคลื่อน เพื่อทำให้ความเสี่ยงของสินเชื่อดูต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง 2.3%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่เป็นอีกปัจจัยที่ฉุดตลาด หลังราคาทองแดงปรับตัวลดลง โดยหุ้น Anglo American ร่วงลง 4.1% และ Glencore ลดลง 3.3% ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นที่กดดันดัชนี FTSE 100 มากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินและป้องกันประเทศ และสาธารณูปโภค ต่างปรับตัวลงมากกว่า 2%
ในด้านความเคลื่อนไหวของบริษัท Unilever ตกลงขายแบรนด์พลาสเตอร์ปิดแผล Welly ให้แก่ Forward Consumer Partners บริษัทลงทุนในธุรกิจเอกชน ตามรายงานของ Wall Street Journal หลังตลาดปิดทำการ
นักลงทุนกำลังจับตาตัวเลขเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกของอังกฤษประจำเดือนก.ย. ซึ่งจะประกาศในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการเริ่มต้นฤดูรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
นอกจากนี้ จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับงบประมาณครั้งแรกในสัปดาห์หน้า โดยสื่อรายงานว่า รัฐบาลอาจพิจารณาจัดเก็บภาษีเงินได้จากการโอนกิจการครอบครัว และภาษีลาภลอยจากธนาคาร
Rightmove เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์รายงานว่า ราคาประกาศขายบ้านในอังกฤษเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค. ท่ามกลางสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่านเริ่มส่งผลกระทบต่อความสามารถในการซื้อบ้าน
หุ้น Serica Energy ลดลง 2.6% หลังบริษัทระบุว่าการกลับมาเดินเครื่องของเรือผลิต Triton จะล่าช้าออกไปอีก พร้อมปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันและก๊าซทั้งปี
ในทางกลับกัน หุ้น Mulberry ผู้ผลิตกระเป๋าถือระดับหรู เพิ่มขึ้น 2.6% หลังรายงานยอดขายครึ่งปีแรกเติบโต 18%
หุ้น Volex ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี FTSE 250 หลังบริษัทเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานครึ่งปีแรก ขณะที่หุ้น Pets at Home เพิ่มขึ้นประมาณ 6.7% หลังบริษัทหลักทรัพย์ Peel Hunt ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุน
บรรยากาศการลงทุนในยุโรปยังซบเซา เนื่องจากนักลงทุนประเมินความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศส โดยในตลาดหุ้นลอนดอนโดยรวม หุ้นที่ปรับตัวลงมีจำนวนมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในอัตรา 2 ต่อ 1
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





