
เจมส์ อุธไมเออร์ อัยการสูงสุดรัฐฟลอริดา ได้ออกหมายจับ ราอูล คาสโตร ผู้นำการปฏิวัติคิวบา เมื่อวันจันทร์ (19 ต.ค.) ในข้อหาสมคบคิดก่อเหตุฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากกรณีสั่งยิงเครื่องบินพลเรือน 2 ลำตกเมื่อปี 2539
อัยการอุธไมเออร์ได้ออกหมายจับดังกล่าว หลังจากคาสโตรถูกตั้งข้อหาในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อเดือนพ.ค. พร้อมบุคคลอีก 5 ราย ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้
อัยการตั้งข้อกล่าวหาว่า คาสโตรเป็นผู้สั่งยิงเครื่องบิน 2 ลำของกลุ่ม Brothers to the Rescue ซึ่งเป็นองค์กรของชาวคิวบาพลัดถิ่นที่มีฐานอยู่ในเมืองไมอามี เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2539 โดยขณะนั้นคาสโตรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกองกำลังปฏิวัติคิวบา
อัยการอุธไมเออร์ระบุว่า หมายจับดังกล่าวจะจำกัดการเดินทางออกนอกคิวบาของคาสโตร โดยเฉพาะการเดินทางไปยังประเทศที่มีข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม อัยการยอมรับว่า คาสโตรซึ่งปัจจุบันมีอายุ 95 ปี ไม่น่าจะเดินทางไปฟลอริดาเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตนเอง
ด้านมิเกล ดิอาซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา เคยประณามการดำเนินคดีของสหรัฐฯ ต่อคาสโตรเมื่อต้นปีนี้ว่าเป็น “เกมทางการเมือง” ที่ไม่มีมูลทางกฎหมาย พร้อมระบุว่า การตั้งข้อหาดังกล่าวสะท้อนความหยิ่งยโสและความคับข้องใจของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่มีต่อการปฏิวัติคิวบา และเป็นความพยายามรวบรวมข้อกล่าวอ้างเพื่อใช้เป็นเหตุผลรองรับความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารรุกรานคิวบา
ราอูล คาสโตรเป็นน้องชายคนสุดท้องของฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำการปฏิวัติคิวบาที่ถึงแก่อสัญกรรม โดยร่วมต่อสู้กับพี่ชายในฐานะนักรบกองโจร และมีบทบาทเป็นผู้นำทางทหารและการเมืองหลังการปฏิวัติประสบชัยชนะในปี 2502
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 สหรัฐฯ เพิ่มมาตรการกดดันคิวบาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจำกัดประเทศที่ส่งน้ำมันให้คิวบา และการคว่ำบาตรหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลคิวบา โดยในเดือนพ.ค.ปีนี้ สหรัฐฯ คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่คิวบา 11 ราย ก่อนจะคว่ำบาตรรัฐวิสาหกิจคิวบา 5 แห่ง และสมาชิกในครอบครัวของคาสโตรในเดือนมิ.ย.
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/รัตนา พงศ์ทวิช





