
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่รัฐบาล เสนอ 3 วันว่า เนื่องจากวันที่ 26 ต.ค. มีนัดประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ส่วนวันที่ 27 – 29 ต.ค. เตรียมไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และวันที่ 30 ต.ค. เป็นการลงมติ ซึ่งหลังจากที่มีการลงมติ วันที่ 30 ต.ค. – 1 พ.ย. นายกรัฐมนตรีมีภารกิจต่างประเทศ
ก่อนที่ในวันที่ 2 พ.ย. จะมีภารกิจเปิดงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมงานทั้งคณะ และถือโอกาสประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 พ.ย. ครม.จึงไม่สะดวกในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ขณะที่สัปดาห์ถัดจากนั้น นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ประจำปี 2026 จึงทำให้มีช่วงว่างอยู่แค่นั้น
โดยในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีการประชุมกับวิป 3 ฝ่าย ซึ่งจะชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่รัฐบาลกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งหมด 3 วัน ไม่ใช่เพราะว่าเกรงกลัวการตรวจสอบ แต่ด้วยช่วงเวลาของนายกรัฐมนตรีติดภารกิจ และหากจะล่วงเลยไปถึงกลางเดือนถึงปลายเดือนพ.ย.ก็จะช้าออกไป ไม่ทันต่อเหตุการณ์และความต้องการต่อฝ่ายค้านที่จะเร่งรัดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
“เรื่องขอเวลา 5 วัน คงคุยกันยากเพราะในธรรมเนียมปฏิบัติไม่เคยมี และคิดว่าในหลายประเด็นคงนานเกินไป ขออย่าพูดว่า เราจะเอา 3 วัน เราจะเอา 5 วัน ขอให้ดูที่เนื้อหาสาระและกรอบระยะเวลาของทั้งสองฝ่าย ว่าแต่ละฝ่ายตามธรรมเนียมปฏิบัติจะได้เวลากี่ชั่วโมง” นายภราดร ระบุ
ขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อสภาฯ ส่งเรื่องมาก็จะมีการบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และสอบถามทางคณะรัฐมนตรีว่ามีเวลาว่างช่วงไหน ซึ่งวันนี้คงจะได้พูดคุยกันใน ครม. แต่เบื้องต้นย้ำหลัก 3 + 1 อภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 27 – 29 ต.ค. และลงมติวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งก็จะเสนอกลับไปที่สภาฯ ให้รับทราบและไปหารือกันต่อ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





