ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงในวันนี้ (20 ต.ค.) โดยนักลงทุนยังคงเทขายหุ้นและพันธบัตรรัฐบาล หลังเกิดเหตุจลาจลรุนแรงทั่วฝรั่งเศส ขณะเดียวกันสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] เปิดตลาดที่ระดับ 638.43 จุด ลดลง 1.13 จุด หรือ -0.18%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดตลาดที่ระดับ 7,842.33 จุด ลดลง 25.72 จุด หรือ -0.33%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดตลาดที่ระดับ 25,219.71 จุด ลดลง 100.06 จุด หรือ -0.40%
รัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านยามวิกาลในเขตเมืองใหญ่ รวมถึงกรุงปารีสและเมืองนีซ หลังเกิดเหตุปล้นสะดมระหว่างการชุมนุมประท้วงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ฝรั่งเศสเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ของกลุ่มนักศึกษานับตั้งแต่เดือนก.ย. โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขด้านการศึกษา แก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงและเงินเฟ้อ รวมทั้งการให้บริการในภาคสาธารณะ
อย่างไรก็ดี แรงเทขายในวันนี้ยังถือว่าค่อนข้างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงทางการเมืองภายในประเทศ กับปัจจัยหนุนจากการรายงานผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และเมตา (Meta) เพื่อประเมินแนวโน้มการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยความกังวลเกี่ยวกับการก่อหนี้จำนวนมากเพื่อนำมาใช้ลงทุน รวมถึงระยะเวลาในการคืนทุนจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้จุดชนวนให้เกิดการเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/กัลยาณี ชีวะพานิช





