
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด สวนทางดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ที่ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนโยกเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลที่ว่า บริษัทดังกล่าวอาจใช้จ่ายเงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากเกินไป
ณ เวลา 20.52 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 353.22 จุด หรือ 0.68% สู่ระดับ 52,319.25 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 [SP500.X] และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ลบ 0.04% และ 0.54% ตามลำดับ
หุ้นของ Micron Technology, Intel และ Sandisk ร่วงลงราว 2% ขณะที่หุ้น Seagate Technology และ Advanced Micro Devices หรือ AMD ปรับตัวลงมากกว่า 1% ส่วนหุ้น CoreWeave ดิ่งลงกว่า 3%
บรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงกดดัน หลังจากหุ้นของ Elice ซึ่งเป็นบริษัท AI จากเกาหลีใต้ ทรุดตัวลงกว่า 30% ในการซื้อขายวานนี้ ซึ่งเป็นวันแรกที่บริษัทนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
นอกจากนี้ นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความยั่งยืนของกระแสการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ท่ามกลางความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาระหนี้สินและความต้องการใช้เทคโนโลยี AI ว่าจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า รวมทั้งการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 85.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนต.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




