
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพลิกร่วงลงในวันนี้ หลังพุ่งขึ้นในช่วงแรก ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ณ เวลา 21.44 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลบ 0.86 ดอลลาร์ หรือ 0.83% สู่ระดับ 102.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลบ 2.73 ดอลลาร์ หรือ 2.43% สู่ระดับ 106.82 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในช่วงแรก หลังจากกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน สนามบิน และฐานทัพทหาร โดยเป้าหมายที่ถูกโจมตี ได้แก่ บริษัทซาอุดีอารัมโกในเมืองยันบู แหล่งน้ำมันชัยบาห์ ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด และท่าอากาศยานอับฮา
นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังได้โจมตีค่ายฝึกของกองกำลังรักษาความมั่นคงของรัฐบาลเยเมนในจังหวัดชับวา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 58 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 200 ราย
การกลับมาโจมตีอีกครั้งของกลุ่มฮูตีได้เพิ่มความวิตกกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในภูมิภาค และตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีต่ออุปทานพลังงานจากภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันยังคงยืนอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Kpler ซึ่งเป็นบริษัทติดตามความเคลื่อนไหวของเรือ ระบุว่า มีรายงานเรือในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีอย่างน้อย 18 ลำในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลในวันพรุ่งนี้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




