HILITE:OSP วิ่งคึก 4.24% เก็งงบ Q3/69 ทะยานแรง 30% อานิสงส์รวบศูนย์การผลิตดัน Margin พุ่ง โบรกชูปันผลสวย

ราคาหุ้น OSP ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น 4.24% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น เมื่อเวลา 10.34 น. เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาที่ 17.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 260.59 ล้านบาท จากราคาเปิด 16.80 บาท ราคาสูงสุด 17.20 บาท และราคาต่ำสุด 16.70 บาท

บล.พาย คงคำแนะนำ “ซื้อ” บมจ.โอสถสภา [OSP] ใ้มูลค่าพื้นฐาน 20.00 บาท ด้วย Valuation ที่น่าสนใจระดับ 13 เท่า และมีผลตอบแทนเงินปันผลระดับ 5%-6% คาดรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ที่ 911 ล้านบาท (+30% YoY) และมีกำไรปกติ 851 ล้านบาท (+22% YoY, -23% QoQ) หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวจากการรวมศูนย์การผลิต แม้รับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นบางส่วนในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับยอดขายในตลาดเมียนมาที่เติบโตดี แม้ว่ามีปัญหาการขอใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าในเมียนมาอยู่บ้าง แต่บริหารจัดการได้ดีขึ้น

คาดยอดขายช่วงไตรมาส 3/69 ที่ 5.8 พันล้านบาท (+3% YoY, -6% QoQ) หนุนจากยอดขายเครื่องดื่มในประเทศที่เติบโต +1% YoY จากยอดขายเครื่องดื่ม functional drink เติบโตตามตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินซีที่เติบโตราว +6% YoY (แม้ว่าไม่สูงเท่าตลาดเครื่องดื่ม functional drink ภาพรวมที่เติบโตดีจากเครื่องดื่มกลุ่ม Protein) แต่คาดว่ายอดขายเครื่องดื่มชูกำลังจะทรงตัว YoY ผลจากสถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายไตรมาสและการเสียส่วนแบ่งตลาดบางส่วน เนื่องจากตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่เติบโต +4% YoY ในช่วงไตรมาส 3/69

ส่วนยอดขาย Personal care โต +20% YoY จากสินค้าใหม่ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมตลาด Personal care โตเพียง +1% YoY

ยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ลดลง 2% YoY รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากการรับรู้มาตรฐานการบัญชีใหม่ แม้ว่าปริมาณขายในเมียนมาเติบโตดีเป็นเลข 2 หลัก ทั้งๆ ที่ยังคงมีปัญหาการขอใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าในเมียนมา ส่วนยอดขายตลาดต่างประเทศอื่นๆ เติบโตได้ดี

ประเมินความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น 250 bps YoY ในไตรมาส 3/69 จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว 200 bps YoY จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นจากการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยา และการควบคุมค่าใช้จ่ายทำให้ SG&A-to-sales ratio ลดลง 50 bps YoY ขณะที่การลดลง QoQ เป็นผลจากสัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่ลดลง ต้นทุนที่สูงขึ้น การทำโปรโมชั่นที่เพิ่มขึ้นกลับไปใกล้เคียงระดับไตรมาส 1/69

ยอดขายตลาดในประเทศคาดว่าจะเติบโตทั้งยอดขายเครื่องดื่มชูกำลัง ยอดขายเครื่องดื่ม functional drink และยอดขายสินค้า Personal care รับปัจจัยบวกจากคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัวหลังน้ำท่วม โครงการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาล รวมถึงสินค้าใหม่ที่มีกระแสตอบรับที่ดีต่อเนื่อง

ยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ลุ้นทำได้ดีต่อเนื่องจากในไตรมาส 3/69 ประกอบกับปัญหาการขอใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าในเมียนมาที่อาจทยอยคลี่คลายมากขึ้น

คำแนะนำ “ซื้อ” ปันผลสูง 5%-6% มูลค่าพื้นฐาน 20.00 บาท คำนวณ PE multiple ที่ 16xPE’27E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ

โดย วรินทร ศิรินอก