ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปฟื้นตัวปิดบวก รับผลประกอบการแกร่ง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพุธ (21 ต.ค.) โดยฟื้นตัวกลับมาเกือบทั้งหมดจากการปรับตัวลงนับตั้งแต่เกิดความวุ่นวายในฝรั่งเศสช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยให้นักลงทุนมองข้ามความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 644.49 จุด เพิ่มขึ้น 5.85 จุด หรือ +0.92%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,921.68 จุด เพิ่มขึ้น 83.19 จุด หรือ +1.06%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,645.04 จุด เพิ่มขึ้น 340.62 จุด หรือ +1.35%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,752.88 จุด เพิ่มขึ้น 19.88 จุด หรือ +0.19%

ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้น Randstad ที่พุ่งขึ้น 20% หลังผู้บริหารบริษัทจัดหางานสัญชาติเนเธอร์แลนด์ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจในปี 2570 ภายหลังรายงานยอดขายและกำไรรายไตรมาสสูงกว่าคาด

หุ้น EssilorLuxottica ผู้ผลิตแว่นตาเรย์แบน ปรับตัวขึ้น 15.5% หลังรายงานผลประกอบการ ซึ่งช่วยหนุนดัชนีตลาดหุ้นยุโรปโดยรวม และผลักดันให้หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์

การปรับตัวขึ้นดังกล่าวสะท้อนว่า ผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งยังคงสามารถช่วยหนุนตลาดได้ แม้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงมีอยู่ และยังสนับสนุนนักลงทุนที่คาดหวังว่าผลประกอบการจะช่วยพยุงราคาหุ้นไว้ได้

นอกจากนี้ ผลประกอบการในไตรมาสนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ครอบคลุมบริษัทในวงกว้าง โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า กำไรไตรมาส 3 ของบริษัทในดัชนี STOXX 600 มีแนวโน้มเติบโตในอัตราสูงที่สุดระดับหนึ่งในรอบหลายปี

ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้ โดยปิดบวก 1% หลังเกิดเหตุจลาจลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของยูโรโซน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมเหตุจลาจล แต่นักลงทุนยังคงกังวลว่าสถานการณ์ความไม่สงบจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ปัจจัยทางการเมืองน่าจะยังคงเป็นแรงฉุดรั้งผลการดำเนินงานของตลาดในระยะสั้นต่อไป

ดัชนีหุ้นกลุ่มยานยนต์ยุโรปร่วงลง 1.7% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด

หุ้น Carrefour ร่วงลง 13.8% หลังเครือซูเปอร์มาร์เก็ตปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปี โดยระบุว่าเหตุจลาจล การปล้นสะดม และมาตรการเคอร์ฟิว ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและกระทบการดำเนินธุรกิจของสาขาต่าง ๆ

หุ้น Michelin ผู้ผลิตยางรถยนต์ ปรับตัวลง 7.2% หลังรายงานยอดขายในช่วง 9 เดือนแรกลดลง

หุ้น DSV ปรับตัวขึ้น 15% หลังบริษัทขนส่งและโลจิสติกส์รายงานรายได้ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังรอติดตามผลประกอบการของ SAP ในวันพุธ และของ Nokia กับ Barclays ในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินแนวทางการวางสถานะการลงทุนในตลาด

ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นประมาณ 8% แล้วนับตั้งแต่ต้นปีนี้ แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดของปีที่ทำไว้ในเดือนส.ค. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางการเมืองกดดันตลาด โดยดัชนีดังกล่าวให้ผลตอบแทนต่ำกว่าดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ซึ่งปรับตัวขึ้น 12.7%

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่า ธนาคารกลางอังกฤษอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพ.ย.

นักเศรษฐศาสตร์จากแพนธีออน แมโครอีโคโนมิกส์ ระบุว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงน่ากังวล โดยเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่งและภาวะตลาดแรงงานที่ยังไม่ผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้ธนาคารกลางอังกฤษจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช