ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ (22 ต.ค.) นำโดยการดิ่งลงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้จ่ายด้านการลงทุน (Capex) ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ระดับ 62,907.84 จุด ลดลง 1,713.40 จุด หรือ -2.65%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงกดดันหลังจากหุ้นของบริษัท Lam Research ผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิปของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ แม้ผลประกอบการโดยรวมจะออกมาแข็งแกร่ง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้ซึมซับรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท SpaceX และ Super Micro Computer ของสหรัฐฯ ไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่งผลให้หุ้นญี่ปุ่นเผชิญกับแรงขายทำกำไรในรอบการซื้อขายล่าสุด
หุ้นกลุ่มชิปเป็นแกนนำฉุดดัชนีนิกเกอิดิ่งลงในวันนี้ โดยหุ้น Advantest ร่วงลง 6.01% และหุ้น Tokyo Electron ปรับตัวลง 6.99% ส่วนหุ้น Fujikura ผู้ผลิตสายเคเบิลสำหรับศูนย์ข้อมูล ปรับตัวลดลง 6.19% และหุ้น SoftBank Group ซึ่งเป็นกลุ่มทุนที่เน้นลงทุนในสตาร์ตอัปด้าน AI ดิ่งลง 6.86%
อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัวยังคงปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด โดยหุ้น Trend Micro ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ พุ่งขึ้น 8.69% กลายเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนีนิกเกอิ ขานรับรายงานข่าวการตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงในภาษา PHP ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลในยุโรปหลายประเทศต้องปิดเว็บไซต์เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของระบบ
ขณะที่หุ้น SHIFT ผู้ให้บริการด้านไอที พุ่งขึ้น 8.57% และหุ้น BayCurrent บริษัทที่ปรึกษาด้านไอที ขยับขึ้น 3.76%
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





