บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง [GUNKUL] เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 2 ปี 11 เดือน 28 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.15–3.40% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยบริษัทฯ มีอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ BBB+ ซึ่งอยู่ในระดับ Investment Grade โดยบริษัทฯ จะแจ้งอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนให้ทราบอีกครั้ง
บริษัทคาดว่าจะเปิดจองซื้อหุ้นกู้ชุดใหม่ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ,บล.บียอน ,บล.เอเซีย พลัส ,บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ,บล.บลูเบลล์ โดย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และธนาคารเกียรตินาคินภัทร เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้ กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้จะนำไปชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 รวมถึงใช้ลงทุนในสินทรัพย์หรือหุ้นทุน หรือเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับโครงการพลังงานหมุนเวียนของบริษัททั้งในและต่างประเทศ
ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิต GUNKUL ที่ระดับ “BBB+” แนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 สะท้อนความแข็งแกร่งทางโครงสร้างทางการเงินและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากโรงไฟฟ้าซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับหน่วยงานสาธารณูปโภคของรัฐ และกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่มีความน่าเชื่อถือ อันเป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจครบวงจรที่ช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ทั้งนี้ ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิรวม 574.9 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 18.7% YoY โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำเพียง 0.81 เท่า แสดงถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการชำระหนี้สอดคล้องกับวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ
GUNKUL ดำเนินธุรกิจครบวงจรด้านพลังงาน ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในไทยและต่างประเทศ บนฟอร์ตโฟลิโอ (Equity Capacity) 2,101 เมกะวัตต์ โดยกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องแล้วประมาณ 600 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับสัญญาแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 1,500 เมกะวัตต์ ที่มีกำหนดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ช่วงปี 2569–2573 โดยเน้นลงทุนในรูปแบบร่วมทุน (JV) กับพันธมิตร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 ขณะที่ธุรกิจ EPC ทั้งงานสถานีไฟฟ้าและระบบสายส่งแรงสูง และธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องรองรับโอกาสภายใต้ PDP2026





