
ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป) 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันและจัดสรรเวลาอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ที่รัฐสภาวันนี้ ล่มอีกเป็นครั้งที่ 2 หลังตัวแทนวิปฝ่ายค้านวอล์กเอาต์จากห้องประชุม เนื่องจากรัฐบาลไม่ตอบรับการปรับเวลาไปเป็นเดือนพ.ย. จากเดิมที่กำหนดอภิปรายวันที่ 27- 30 ต.ค.
ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่มีข้อสรุป นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะบรรจุวาระประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในวันที่ 27-30 ต.ค.หรือไม่ภายในวันนี้ เพื่อไม่ให้ขัดกับข้อบังคับการประชุม
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า เดิมเราตั้งต้นว่าจะอภิปรายช่วงปลายเดือนต.ค. ต้นพ.ย. แต่หากติดขัดจริงๆ มีภารกิจที่ไม่สามารถเลื่อนได้จริงๆ นายกรัฐมนตรีต้องไปร่วมประชุมนานาชาติจริงๆ เราก็พร้อมที่ขยับเวลาออกไป ขอเพียงแค่มีการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอในการทำหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งในการประชุมวานนี้ (21 ต.ค.) ได้ย้ำข้อเสนอดังกล่าว หากสมมติจำเป็นที่จะต้องขยับออกไปเพื่อให้มีวันและเวลาเพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในการทำหน้าที่เราก็ยินดี แต่มาจนถึงวันนี้ ฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่มีข้อเสนอที่จะแก้ปัญหานี้ ยังคงพยายามที่จะยืนยันว่าจะต้องอภิปรายสัปดาห์หน้า และยืนยันว่าจะไม่ให้เวลาเรา 5 วัน หรือจำนวนชั่วโมงที่เพียงพอในการทำหน้าที่ ทำให้ไม่มีข้อสรุป
นายพพริษฐ์ กล่าวว่า ได้เสนอให้น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนคนที่ 1 ในฐานะที่เป็นประธานที่ประชุม ทำหนังสือกลับไปที่ครม. ว่าทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ในช่วงเวลา 3 วันที่ครม. เสนอมา และให้พิจารณาหาวันที่เหลืออยู่ ในสมัยประชุมนี้คือเดือนพ.ย.และ เดือนธ.ค. แต่ทางรองประธานสภาฯ ไม่ได้รับปาก ทางเราก็ไม่มีทางเลือก
ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้รัฐบาลสามารถเคาะวันและเวลาได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจของประธาน แต่ตนคิดว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเขียนชัดว่าประธานต้องวางตัวเป็นกลาง และตนมีความเห็นว่า หากวางตัวเป็นกลางจริงก็ควรนำเสนอข้อเท็จจริง ตามที่เกิดขึ้นกลับไปยังครม. ว่าวิปไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ จึงไม่สามารถดำเนินการในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำหนดมาในสัปดาห์หน้าได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องให้ครม. หาวันใหม่ เพื่อมาเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันได้อีกครั้ง
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ฝ่ายค้านได้เสนอให้เลื่อนการอภิปรายไปเป็นวันที่ 7-11 พ.ย. หากรัฐบาลไม่สะดวกในช่วงปลายเดือนต.ค. แต่ ครม. ยืนยันว่าไม่สะดวกเช่นกัน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องมาตอบและชี้แจง
ส่วนนายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ความเห็นของแต่ละฝ่ายยังแตกต่างกัน โดยมองว่าเรื่องนี้ถ้าจะจบต้องเป็นความร่วมมือของทุกฝ่ายถอยคนละก้าวมากกว่า พร้อมยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมยังมีสถานะเป็นฝ่ายค้าน มีสิทธิ์ขอจัดสรรเวลาอภิปรายตามสัดส่วน สส. ของพรรค โดยจะอภิปรายอยู่ภายใต้กรอบญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นไว้ แต่เนื้อหาการอภิปรายเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกแต่ละคน
โดย รฐฦ/รัชดา คงขุนเทียน




