สหรัฐฯ ยกระดับมาตรการคุมเข้มลงทุนไฮเทคใน จีน-รัสเซีย

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เสนอร่างกฎระเบียบใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อจำกัดการลงทุนของอเมริกาในเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศจีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ และกลุ่มประเทศที่ถูกจับตาด้านความมั่นคง

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้พยายามมานานหลายปีในการตัดช่องทางการลงทุนจากสหรัฐฯ ที่อาจเข้าไปช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางทหารให้แก่จีนและประเทศคู่แข่งอื่น ๆ โดยโครงการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2566 เมื่อโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อจำกัดการลงทุนของสหรัฐฯ ในจีน โดยมุ่งไปที่ภาคเทคโนโลยีสำคัญ ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ควอนตัมคอมพิวติ้ง และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งต่อมากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้จัดตั้งโครงการความมั่นคงด้านการลงทุนในต่างประเทศ (Outbound Investment Security Program) ขึ้นมารับรอง

จากนั้นในเดือนธันวาคม 2568 สภาคองเกรสได้ผ่านกฎหมายที่ตราเป็นลายลักษณ์อักษรและขยายขอบเขตของโครงการให้ครอบคลุมเทคโนโลยีและประเทศต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งรวมถึงคิวบา อิหร่าน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย 

การระบุชื่อรัสเซียไว้ในร่างกฎระเบียบใหม่นี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อรัสเซีย สืบเนื่องจากการบรรลุข้อตกลงเรื่องน้ำมันดีเซลร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

กฎระเบียบที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีจะขยายข้อจำกัดให้ครอบคลุมการลงทุนในระบบไฮเปอร์โซนิกที่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเสียง 5 เท่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ หรือ SI ซึ่งเป็นคำที่กระทรวงการคลังเลือกใช้เรียกแทนคำว่า AI ตามทรัมป์

กฎระเบียบของกระทรวงการคลังซึ่งออกมาเพื่อบังคับใช้กฎหมายปี 2568 ที่ชื่อว่า “พระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติด้านการลงทุนในต่างประเทศแบบครอบคลุม” (Comprehensive Outbound Investment National Security Act) จะมีผลบังคับใช้เฉพาะกับการลงทุนที่มีมูลค่าเกิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ และจะยกเว้นการลงทุนทางการเงินหลายประเภท รวมถึงการซื้อหุ้น

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนต่อข้อเสนอดังกล่าวก่อนที่จะออกเป็นกฎระเบียบฉบับสมบูรณ์ต่อไป

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนในกรุงปักกิ่งระบุว่า สหรัฐฯ ควรยึดมั่นในหลักการเศรษฐกิจแบบตลาด และยุติการแทรกแซงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าตามปกติระหว่างภาคธุรกิจ

เมื่อถูกถามถึงข้อเสนอของวอชิงตันที่เตรียมเพิ่มไบโอเทคโนโลยีเข้าไปในรายการควบคุม เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “การขยายแนวคิดเรื่องความมั่นคงแห่งชาติจนเกินขอบเขต การใช้มาตรการเลือกปฏิบัติต่อประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ และการจำกัดกิจกรรมทางการค้า เศรษฐกิจ และการลงทุนอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ล้วนไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใดทั้งสิ้น”

เธอกล่าวเสริมด้วยว่า จีนจะติดตามความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท