ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดร่วงหนักสุดในรอบ 7 สัปดาห์ เซ่นปมฝรั่งเศสป่วน-น้ำมันแพง ฉุดความเชื่อมั่น

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงในวันศุกร์ (23 ต.ค.) และร่วงหนักสุดในรอบสัปดาห์นี้นับตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. หลังความตึงเครียดในฝรั่งเศสและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น บั่นทอนความเชื่อมั่นที่ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทบางแห่ง

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 635.77 จุด ลดลง 1.97 จุด หรือ -0.31%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,782.82 จุด ลดลง 28.44 จุด หรือ -0.36%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,181.65 จุด ลดลง 190.10 จุด หรือ -0.75%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,690.36 จุด ลดลง 34.67 จุด หรือ -0.32%

ดัชนี STOXX 600 ร่วงลงประมาณ 1.4% ในรอบสัปดาห์นี้ โดยการปรับตัวลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตลาดเผชิญกับสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น SAP, Barclays และ Kering ซึ่งช่วยให้เห็นภาพเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชัดเจนขึ้น

โดยรวมแล้ว การคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทในยุโรปปรับตัวดีขึ้น แต่ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นและเหตุการณ์ความไม่สงบในฝรั่งเศสทำให้นักลงทุนยังคงวิตกกังวล

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสจะยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดอย่างน้อยตลอดช่วงการเลือกตั้ง แม้การประท้วงอาจคลี่คลายลง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงทางการเงินที่ฝรั่งเศสกำลังเผชิญอยู่

ความวุ่นวายดังกล่าวกลายเป็นฉากหลังที่ร้อนแรงสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนเม.ย.ปีหน้า

ภาคธุรกิจและพิพิธภัณฑ์ต่างวางแผนปิดทำการในช่วงสุดสัปดาห์ แม้มีการจำกัดการชุมนุมประท้วง ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสพยายามฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย หลังการประท้วงทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อนทวีความรุนแรงจนเกิดเหตุปะทะ

นักลงทุนจะจับตาการตัดสินใจของ Moody’s เกี่ยวกับอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศส ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันศุกร์

หุ้น Kering ร่วงลง 16.6% หลังยอดขายไตรมาส 3 ของ Gucci ซึ่งเป็นแบรนด์หลักของบริษัทปรับตัวลดลง โดยหุ้น Kering เป็นหุ้นที่ฉุดดัชนี STOXX 600 มากที่สุด ขณะที่ดัชนีหุ้นสินค้าหรูหราร่วงลง 3.6% และกลายเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำผลงานแย่ที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่ต้นปีนี้

นักวิเคราะห์กล่าวว่า อุตสาหกรรมสินค้าหรูหราของยุโรปยังคงได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางและความต้องการสินค้าที่อ่อนแอลงของจีน

หุ้น L’Oreal ปรับตัวขึ้น 5.6% หลังบริษัทเครื่องสำอางจากฝรั่งเศสรายงานยอดขายไตรมาส 3 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วงลง 3.8% ซึ่งเป็นการลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. โดยถูกกดดันจากหุ้น Safran ผู้ผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินของฝรั่งเศสที่ร่วงลง 10% หลังรายงานผลประกอบการ

หุ้น Holcim ซึ่งปรับตัวขึ้น 5% หลังผู้ผลิตปูนซีเมนต์จากสวิตเซอร์แลนด์ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปี ขณะที่ หุ้น Sodexo บริษัทจัดเลี้ยงอาหารจากฝรั่งเศสปรับตัวขึ้นกว่า 6% หลังรายงานรายได้ตลอดทั้งปีสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

หุ้น Volvo Cars ร่วงลงกว่า 24% แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบริษัทรายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมเปิดเผยแผนปรับลดพนักงานเพิ่มเติมอีก 2,500 ตำแหน่ง

ส่วนหุ้น BP และหุ้น Shell สองบริษัทน้ำมันรายใหญ่ มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสมากกว่า 91% ที่ ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม

ในปีนี้ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 2 ครั้ง เพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคาที่เกิดจากราคาน้ำมันซึ่งอยู่ในระดับสูง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช