ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 146.42 จุด, Nasdaq พุ่ง รับข่าว Anthropic ยื่นทำ IPO

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (26 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นเช่นกัน หลังจากบริษัท Anthropic สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ ยื่นเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อหุ้น AI

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,361.58 จุด เพิ่มขึ้น 146.42 จุด หรือ +0.28%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,676.77 จุด เพิ่มขึ้น 53.09 จุด หรือ +0.70%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,169.38 จุด เพิ่มขึ้น 214.04 จุด หรือ +0.82%

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.50% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 1.40% ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.42% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.13%

บริษัท Anthropic ซึ่งเป็นผู้พัฒนา Claude AI ได้ยื่นเอกสารขอทำ IPO อย่างเป็นทางการ และมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในดัชนี Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ “ANT” นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยตัวเลขรายได้ 1.629 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ทะยานขึ้น 1,304% จากระดับ 1.16 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ในเอกสารที่ยื่นทำ IPO นั้น Anthropic ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบ AI ที่สามารถพลิกโฉมเศรษฐกิจโลกได้ แม้จะต้องเผชิญกับต้นทุนสูงในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ก็ตาม

รายงานดังกล่าวของ Anthropic ทำให้นักลงทุนกลับมามีความหวังเกี่ยวกับความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่บรรดาบริษัทเทคโนโลยีได้ทุ่มลงทุนใน AI และยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับตัวขึ้นด้วย โดยหุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 2.4%, หุ้น Micron พุ่งขึ้น 3%, หุ้น Broadcom ปรับตัวขึ้น 2.3% และหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) เพิ่มขึ้น 2.8%

ส่วนหุ้นบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI นั้น หุ้น Lumentum พุ่งขึ้น 8% และ หุ้น Coherent พุ่งขึ้น 6% ขณะที่หุ้นกลุ่มที่มีมาร์เก็ตแคปสูงอย่างหุ้น Tesla พุ่งขึ้น 5.2% ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน หลังจากนักวิเคราะห์ของ Barclays ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนของหุ้น Tesla เป็น “Overweight” จากเดิม “Equal-weight”

อย่างไรก็ตาม หุ้น Meta ปรับตัวลง 1.9% หลังจากบริษัทโซเชียลมีเดียรายนี้เปิดเผยแผนการระดมทุนด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนเป็นมูลค่าสูงถึง 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ในการขยายดาต้าเซ็นเตอร์, กำลังการประมวลผลคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI

บริษัทในดัชนี S&P500 มากกว่า 1 ใน 3 มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) อย่าง Alphabet, Microsoft และ Amazon.com ซึ่งนักลงทุนจับตาผลประกอบของบริษัทเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ว่าการลงทุนจำนวนมากใน AI เริ่มส่งผลให้บริษัทมีการเติบโตมากขึ้นหรือไม่

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้ปัจจัยบวกจากการชะลอตัวลงของราคาน้ำมัน หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียเตรียมเจรจากับอิหร่าน เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ลดลง 1.46% ปิดที่ระดับ 101.76 ดอลลาร์/บาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 0.78% ปิดที่ระดับ 115.81 ดอลลาร์/บาร์เรล

นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันพุธนี้ (28 ต.ค.) รวมทั้งถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.6% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันพุธนี้ และให้น้ำหนัก 81.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งจะเป็นการตัดสินว่าพรรคใดจะเป็นผู้ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ขณะที่ผลสำรวจของโพลล์หลายสำนักต่างระบุว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่พอใจต่อการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ รวมทั้งราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการที่สหรัฐฯ ทำสงครามกับอิหร่าน

โดย รัตนา พงศ์ทวิช