บมจ.ซุน คอร์ป [SUEN] พร้อมด้วย บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน อยู่ระหว่างเดินสายโรดโชว์ วันที่ 27 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2569 เพื่อพบนักลงทุนใน 5 เมืองเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ หาดใหญ่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี และปิดท้ายที่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอศักยภาพการบริหารห่วงโซ่อุปทานวัสดุก่อสร้างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ก่อนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 196.24 ล้านหุ้น และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
- 27 ตุลาคม – Roadshow หาดใหญ่
- 29 ตุลาคม – Roadshow เชียงใหม่
- 2 พฤศจิกายน – Roadshow ขอนแก่น
- 5 พฤศจิกายน – Roadshow ชลบุรี
- 9 พฤศจิกายน – Roadshow กรุงเทพมหานคร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด กล่าวว่า จุดแข็งของ SUEN อยู่ที่โมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งเอื้อต่อการใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญร่วมกัน ขณะเดียวกัน แต่ละธุรกิจยังมีฐานลูกค้าภายนอกที่หลากหลาย ทั้งลูกค้าโครงการ โรงงานอุตสาหกรรม ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้รับเหมา และลูกค้ารายย่อย ช่วยกระจายแหล่งรายได้และลดการพึ่งพาลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ขณะที่การลงทุนและกิจกรรมการก่อสร้างในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วยเพิ่มโอกาสต่อยอดการเติบโตของทั้งกลุ่มบริษัทในระยะยาว ทั้งนี้ การเติบโตยังขึ้นอยู่กับทิศทางการลงทุน ภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนความสามารถในการดำเนินงานตามแผนธุรกิจ
SUEN จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 196,240,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.82 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดหลังการเสนอขาย มูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท โดยมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มบริการ หมวดธุรกิจพาณิชย์

นายวิเศษศักดิ์ ระเบียบพนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUEN เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2569–2571 บริษัทวางแผนพัฒนาและขยายธุรกิจทั้ง 3 กลุ่มให้เติบโตไปอย่างเชื่อมโยงกัน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยธุรกิจเหมืองหินจะลงทุนเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการจากทั้งธุรกิจภายในกลุ่มและลูกค้าภายนอก
- ธุรกิจเหมืองหินแกรนิต: ลงทุนเครื่องจักรใหม่ วงเงินลงทุน 145 ล้านบาท (ใช้เงินทุนของบริษัทและ/หรือเงินกู้สถาบันการเงิน)
- ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป: ขยายโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ จาก 14 สาขา เป็น 18 สาขา วงเงินลงทุน 50 ล้านบาท (จากเงิน IPO 50 ล้านบาท) และขยายโรงงานผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป จาก 1 สาขา เป็น 3 สาขา วงเงินลงทุน 40 ล้านบาท (จากเงิน IPO 40 ล้านบาท)
- ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง: ตั้งเป้าขยายสาขา We MAKE จาก 8 แห่ง เป็น 16 แห่ง วงเงินลงทุน 120 ล้านบาท (จากเงิน IPO 100 ล้านบาท และเงินทุนของบริษัท 20 ล้านบาท) และ Riki Riki จาก 1 แห่ง เป็น 20 แห่ง วงเงินลงทุน 100 ล้านบาท (จากเงิน IPO 100 ล้านบาท)





