ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันอังคาร (27 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้น HSBC หลังรายงานรายได้รายไตรมาสต่ำกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการซื้อขายก่อนรัฐบาลอังกฤษประกาศงบประมาณ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,686.54 จุด ลดลง 80.79 จุด หรือ -0.75%
ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวลงรายวันรุนแรงที่สุดในรอบประมาณ 1 เดือน หลังหุ้น HSBC ร่วงลง 5.4% แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 เดือน หลังธนาคารรายใหญ่ที่สุดในยุโรปรายงานรายได้ไตรมาส 3 ที่ 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งชะลอการเติบโต
หุ้นธนาคารเคลื่อนไหวผสมผสาน โดยหุ้น NatWest Group และ Lloyds Banking Group ลดลง 1.5% และ 0.3% ตามลำดับ ขณะที่หุ้น Barclays ปรับตัวขึ้นเกือบ 1%
รัฐบาลอังกฤษมีกำหนดประกาศงบประมาณในวันพุธนี้ (28 ต.ค.) โดยนักลงทุนจับตาประกาศสำคัญด้านการคลัง ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
โจนาธาน เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจของอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษและสหภาพยุโรปกำลังหาทางคลี่คลายข้อกังวลเกี่ยวกับกฎ Made in Europe ที่สหภาพยุโรปเสนอ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้แก่ผู้ผลิตในอังกฤษ
หุ้น Informa ซึ่งดำเนินธุรกิจจัดนิทรรศการ ปรับขึ้น 2.4% แม้บริษัทปรับลดคาดการณ์การเติบโตของรายได้ตลอดทั้งปีเหลือ 3% จากเดิม 6% หลังข้อกังวลด้านความปลอดภัยในตะวันออกกลางทำให้ต้องเลื่อนการจัดงานในซาอุดีอาระเบีย
หุ้น Reckitt ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ Dettol ร่วงลง 4.9% หลังปรับลดคาดการณ์การเติบโตของรายได้สุทธิทั้งปี ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ยา และสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวลง 1.3% และพลิกเข้าสู่แดนลบ
ส่วนหุ้น Computacenter ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ปรับตัวขึ้น 1.6% หลัง Stifel ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง และจากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันพุธนี้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





