ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (28 ต.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด ขณะที่ดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางแคนาดาประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.11% แตะที่ระดับ 102.211
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4021 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4052 ดอลลาร์แคนาดาในวันอังคาร (27 ต.ค.) แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน 158.05 เยน จากระดับ 157.95 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8290 ฟรังก์ จากระดับ 0.8287 ฟรังก์
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1150 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1135 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3316 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3313 ดอลลาร์
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติด้วยคะแนนเสียง 10-2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ตามการคาดการณ์ของตลาด
สมาชิก FOMC จำนวน 10 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่ 2 ราย คือ เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ และลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ลงมติให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25%
แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า “อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง การรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยให้คณะกรรมการสามารถกำหนดจุดยืนด้านนโยบายที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ของคณะกรรมการได้ภายในเวลาที่เหมาะสม โดยคณะกรรมการจะดำเนินการเพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา”
ดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางแคนาดา (BoC) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.50% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากจอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอังกฤษ กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันพุธว่า เขาจะปรับขึ้นภาษีธนาคาร ภาษีการพนัน และภาษีเงินได้สำหรับผู้ออมและผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งคุมเข้มกฎระเบียบภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ค้าทางออนไลน์อย่าง Amazon เพื่อนำเงินไปสนับสนุนงบประมาณของประเทศ
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





