ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ (28 ต.ค.) โดยหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น หลังรัฐมนตรีคลังอังกฤษ จอห์น ฮีลีย์ ประกาศงบประมาณฉบับแรกที่ปรับขึ้นภาษีธนาคารน้อยกว่าที่ตลาดกังวล ขณะที่หุ้น Unilever และหุ้น GSK ร่วงลง หลังการเปิดเผยผลประกอบการไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุน
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,694.50 จุด เพิ่มขึ้น 7.96 จุด หรือ +0.07%
หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นปัจจัยหนุนดัชนีมากที่สุด โดยปรับตัวขึ้น 1.1% โดยหุ้น Lloyds Banking Group, หุ้น NatWest และหุ้น Barclays ปรับตัวขึ้นระหว่าง 1-2% หลังฮีลีย์ประกาศปรับขึ้นภาษีส่วนเพิ่มจากกำไรของธนาคารเป็น 6% จากเดิม 3% โดยมีผลชั่วคราวเป็นเวลา 15 เดือน ซึ่งเป็นการปรับขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดกังวล
หุ้นกลุ่มธนาคารยังได้รับแรงหนุนจากหุ้น Standard Chartered ที่พุ่งขึ้น 2.4% หลังธนาคารปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรตลอดทั้งปี ภายหลังรายได้ในไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้อย่างมาก
หุ้นบริษัทพนันในอังกฤษปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังฮีลีย์ประกาศปรับขึ้นภาษีการพนันในอัตราที่น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยหุ้น Entain เพิ่มขึ้น 3.6% และหุ้น Evoke เพิ่มขึ้น 3.7% หลังรัฐบาลปรับขึ้นภาษีเครื่องเกมพนันจาก 20% เป็น 25%
ฮีลีย์ประกาศมาตรการช่วยเหลือครัวเรือนให้สามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเสนอเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าและก๊าซ รวมถึงตรึงภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่ตลาดพันธบัตร หุ้น และเงินตราของอังกฤษส่วนใหญ่ไม่ได้เคลื่อนไหวมากนักหลังการประกาศงบประมาณดังกล่าว
ในทางกลับกัน ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาและแหล่งเงินทุนของโครงการที่ตลาดรอคอยมานาน เพื่อช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านเป็นครั้งแรก กดดันหุ้นกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของอังกฤษให้ร่วงลง 6% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568
หุ้น Taylor Wimpey, Persimmon และ Barratt Redrow ต่างร่วงลงมากกว่า 6.5%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 1.6% แตะระดับ 115.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการสู้รบในเยเมนที่ยังดำเนินต่อไปและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในซาอุดีอาระเบีย ทำให้เกิดความกังวลอีกครั้งเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมัน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานโดยรวมปรับตัวขึ้น 0.8%
ในบรรดาบริษัทที่รายงานผลประกอบการ หุ้น GSK ร่วงลง 4.8% หลังแผนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาในขั้นตอนการพัฒนาและแผนกระตุ้นการเติบโตผ่านโครงการประหยัดต้นทุนมูลค่า 1.9 พันล้านปอนด์ หรือ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้
หุ้น Unilever ลดลง 2.1% หลังรายงานผลประกอบการธุรกิจอาหารอ่อนแอลง ฉุดหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ยา และสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวลงเกือบ 1.4%
ขณะนี้ นักลงทุนกำลังจับตาการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดการเงินในปีนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนกำลังประเมินว่างบประมาณของฮีลีย์จะส่งผลต่อแนวโน้มการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษอย่างไร
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





