
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ [BBL] กล่าวว่า แนวโน้มภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/69 ของ BBL คาดว่าจะเริ่มเห็นการทรงตัวจากไตรมาส 3/69 ซึ่งคาดว่าแรงกดดันจากการตั้งสำรองฯ และทิศทางของสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เริ่มทรงตัวหรือลดลงจากไตรมาส 3/69 ประกอบกับทิศทางของสินเชื่อที่คาดว่าจะยังมีการเติบโตในระดับที่ทรงตัวจากไตรมาส 3/69 ซึ่งเป็นระดับการเติบโตที่ค่อนข้างสูงกว่า 3% จากกลุ่มสินเชื่อผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่ยังมีการเติบโตสินเชื่อที่ดี รวมทั้งกลุ่มสินเชื่อผู้ประกอบการรายกลางก็ยังคงมีการเติบโตได้อยู่ในบางกลุ่ม ทำให้รายได้จากดอกเบี้ยของธนาคารที่เป็นสัดส่วนรายได้หลักยังคงดีต่อเนื่อง และทำให้ภาพรวมสินเชื่อของธนาคารในปี 69 ยังเติบโตได้ตามเป้า 2-3%
โดยที่ธนาคารพร้อมสนับสนุนการลงทุนในภาคส่วนสำคัญที่มีศักยภาพ เช่น Data Center พลังงาน รถยนต์ EV และเทคโนโลยีชีวภาพ พร้อมทั้งติดตามความท้าทายรอบด้าน ทั้งประเด็นด้าน ESG รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขณะที่มองไปในปี 70 คาดว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน แต่หากมองมาในประเทศไทยก็ยังได้รับอานิสงส์จากการลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศมีจำนวรนที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนธุรกิจในอินโดนีเซียที่ธนาคารกรุงเทพมีธนาคารเพอร์มาตาคาดว่าทิศทางธุรกิจยังคงดีต่อเนื่อง และธนาคารเองยังมีความมั่นใจศักยภาพของเศรษฐกิจในอินโดนีเซียที่เติบโตสูง มีเศรษฐกิจเป็น 2 เท่าของประเทศไทย และยังมีการเติบโตในระยะกลาง-ยาว รวมทั้งยังคงเห็นการเติบโตของการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแนวโน้มของ NPL ก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ยังเป็นปัจจัยที่ธนาคารยังสามารถบริหารจัดการได้ ทำให้ภาพรวมในปี 70 ของธนาคารกรุงเทพในปี 70 อาจจะใกล้เคียงจากปี 69 โดยที่แผนธุรกิจในปี 70 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
*รับมือความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ธนาคารมองเห็นถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาได้ชัดเจนเท่ากับความมั่นคงทางน้ำ และในปัจจุบัน ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับน้ำได้กลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญ
ธนาคารกรุงเทพ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ MIT Sloan ASEAN Office ในการหยิบยกประเด็นสำคัญนี้ขึ้นมาสู่ความสนใจของสังคม แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกจากนักวิชาการชั้นนำ และร่วมกันหารือแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นคงทางน้ำและความสามารถในการรับมือต่อความท้าทายดังกล่าว
เหตุการณ์ทางสภาพภูมิอากาศ เช่น อุทกภัย มีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยที่ประเทศไทยได้ประสบในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งงานในวันนี้ได้มีอธิบายถึงปรากฏการณ์ฝนระเบิด (Rain Bomb) ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯเมื่อไม่นานมานี้ อีกทั้งประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากปัญหาภัยแล้ง โดยคาดว่าปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญจะทำให้สภาวะอากาศร้อนจัดทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในปีหน้างและส่งผลให้สถานการณ์ยิ่งท้าทายมากขึ้นไปอีก
จากผลกระทบจากเหตุการณ์ทางสภาพภูมิอากาศเหล่านี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากปัญหาเชิงระบบที่ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของประเทศ โดยเฉพาะระบบชลประทานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินกำลังทำให้พื้นที่ป่าลดลง ส่งผลให้ความสมบูรณ์ของดินและแหล่งรองรับน้ำตามธรรมชาติอ่อนแอลง ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำก็เพิ่มสูงขึ้น ทั้งเพื่อสนับสนุนการผลิตภาคเกษตรกรรม และเพื่อรองรับการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก เช่น AI และ Data Center
นอกจากนี้ปัญหาการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะในภาคเหนือของประเทศไทย ได้กลายเป็นประเด็นที่น่ากังวล ทั้งในด้านน้ำดื่มและความปลอดภัยของอาหาร
ความท้าทายเหล่านี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นในขณะที่ประเทศไทยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้บรรลุการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า 5% ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นต่อการก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง โดยประเทศไทยไม่ได้เผชิญกับความท้าทายนี้เพียงลำพัง ภูมิภาคของเราและทั่วโลกต่างเผชิญกับความท้าทายเดียวกัน หรือในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน และเราทุกคนล้วนเชื่อมโยงถึงกันในระดับโลก ผ่านการดำเนินการของภาคธุรกิจ สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ งาน Future of Water ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นเหตุผลที่หนึ่งในโครงการแรก ๆ ของสำนักงาน MIT Sloan ASEAN มุ่งเน้นประเด็นเรื่องน้ำ โดยการนำเสนอ การเสวนา และการสนทนาจำนวนมากในวันนี้จะเป็นการแบ่งปันผลการศึกษาเบื้องต้นและข้อค้นพบเชิงลึกจากงานวิจัยดังกล่าว ซึ่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่สำคัญและมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศไทย
“แม้ความท้าทายด้านความมั่นคงทางน้ำที่ประเทศไทยเผชิญอยู่อาจเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ข้อดีคือ ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นสำหรับการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหา ในวันนี้ทุกท่านจะได้รับฟัง และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับแรงบันดาลใจ จากสิ่งที่วิทยากรสามารถทำได้เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือด้านน้ำ ทำความเข้าใจความท้าทายอันซับซ้อนเหล่านี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตลอดจนใช้ประโยชน์จากข้อมูลและแบบจำลอง AI เพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ดีขึ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยการผสานความมุ่งมั่นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเข้ากับแนวทางแก้ไขปัญหาที่นำไปปฏิบัติได้จริง เราทุกคนจะสามารถมีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นให้แก่ความมั่นคงทางน้ำของประเทศไทย”นายชาติศิริ กล่าว
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล





