ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.11 จุด เพิ่มขึ้น 4.97 จุด หรือ +0.77%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,970.00 จุด เพิ่มขึ้น 83.04 จุด หรือ +1.05%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,039.68 จุด เพิ่มขึ้น 335.66 จุด หรือ +1.31%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,722.07 จุด เพิ่มขึ้น 27.57 จุด หรือ +0.26%
นักลงทุนยังจับตาการตัดสินใจของคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ที่ประกาศลงจากตำแหน่ง ซึ่งจุดกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งต่อจากเธอ
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ลาการ์ดดำรงตำแหน่งในช่วงที่เศรษฐกิจยูโรโซนอ่อนแออย่างมาก จึงน่าสนใจว่าบุคคลใดจะเข้ามารับช่วงต่อ
แม้ ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. พร้อมเตือนว่าต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงกำลังเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนพุ่งขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจสูงขึ้น โดยพันธบัตรฝรั่งเศสได้รับผลกระทบเป็นพิเศษจากปัญหาหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนทางการเมือง
ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งช่วยพยุงตลาดหุ้นยุโรป ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง
หุ้น Shell ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบริษัทพลังงานรายใหญ่รายงานกำไรรายไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 พร้อมเพิ่มการซื้อหุ้นคืน
ส่วนหุ้น TotalEnergies ของฝรั่งเศสปรับตัวขึ้น 1.2% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า แตะ 9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากอุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันทั่วโลกที่ลดลงภายหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน
หุ้น Airbus ปรับตัวขึ้น 2.3% หลังผู้ผลิตเครื่องบินรายนี้ยังคงเป้าหมายผลประกอบการตลอดทั้งปีและแผนการผลิตไว้ตามเดิม
การปรับขึ้นของตลาดหุ้นยุโรปสวนทางกับบรรยากาศที่ซบเซาในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเอเชีย หลังผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Alphabet และ Samsung Electronics ทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ้นกลุ่มธนาคารในยุโรปลดลง 0.2% โดยถูกกดดันจากหุ้น BBVA ของสเปนที่ร่วงลง 2.6% หลังธนาคารตั้งสำรองหนี้เสียสูงกว่าคาด แม้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นก็ตาม
หุ้น Aixtron ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ พุ่งขึ้น 8.5% หลังรายงานรายได้ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ขณะที่หุ้น Renault Group ทะยานขึ้นประมาณ 7% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้ไตรมาส 3 เติบโตสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





