AIA เผยมูลค่าธุรกิจใหม่ Q3/69 ลดลง 5% เหตุกระทบฐานสูง-ยอดขายจีนวูบ

เอไอเอ กรุ๊ป (AIA Group) กลุ่มบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ของฮ่องกง รายงานในวันนี้ (30 ต.ค.) ว่า มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในไตรมาส 3/2569 ปรับตัวลดลง 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากอัตราการเติบโตชะลอตัวลงจากระดับที่เคยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

หากคำนวณตามเกณฑ์อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (CER) มูลค่าธุรกิจใหม่ของเอไอเอ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดหลักที่สะท้อนถึงผลกำไรที่คาดว่าจะได้รับจากเบี้ยประกันชีวิตใหม่และเป็นมาตรวัดสำคัญของการเติบโตในอนาคต ลดลงสู่ระดับ 1.42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2569 เทียบกับระดับ 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปี 2568

ผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มบริษัทได้รับแรงกดดันหลักจากตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของเอไอเอในแง่ยอดขายธุรกิจใหม่ โดย VONB ในจีนแผ่นดินใหญ่ดิ่งลงถึง 33% ในไตรมาส 3 ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากฐานเปรียบเทียบในระดับสูงของปี 2568 จากการที่ลูกค้าแห่ซื้อกรมธรรม์ล่วงหน้าก่อนที่อุตสาหกรรมจะมีการปรับราคากรมธรรม์ใหม่ทั่วทั้งระบบในเดือนก.ย. 2568

นอกจากนี้ VONB ในจีนแผ่นดินใหญ่ยังได้รับผลกระทบจากการลดลงในระดับตัวเลขสองหลักของช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ (Bancassurance) หรือการขายประกันผ่านธนาคาร

สำหรับตลาดฮ่องกง มูลค่าธุรกิจใหม่ปรับตัวลดลง 3% ท่ามกลางแรงกดดันจากฐานเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูงเช่นกัน อันเนื่องมาจากยอดขายที่แข็งแกร่งในเดือนก.ค. 2568

ขณะเดียวกัน เอไอเอระบุว่า ลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่บางส่วนเริ่มชะลอการตัดสินใจและรอดูสถานการณ์ ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ ประกอบกับก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้เริ่มจัดเก็บภาษี 20% จากผลตอบแทนของกรมธรรม์ประกันชีวิตในฮ่องกงที่ถือครองโดยชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569

อย่างไรก็ตาม บริษัทหลักทรัพย์ เจฟเฟอรีส์ (Jefferies) ระบุว่า ในช่วงก่อนการประกาศผลประกอบการ มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับแรงกดดันจากฐานเปรียบเทียบ หลังจากที่ยอดขายในฮ่องกงเคยเติบโตสูงกว่า 40% ในปีก่อนหน้า ดังนั้น การหดตัวลงในไตรมาสนี้จึงเป็นสิ่งที่เกือบทุกคนในตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์