
สศอ. เผยดัชนี MPI เดือน ก.ย. 69 ขยายตัว 2.05% ส่งผลให้ไตรมาส 3/69 โต 3.40% รับแรงหนุนสำคัญจากอุปสงค์สินค้า AI และ Data Center ในตลาดโลกพุ่ง ดันกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสารเติบโต รวมถึงอานิสงส์มาตรการรัฐช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. เริ่มจัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ด้วยวิธีเชื่อมโยงแบบลูกโซ่ (Chain-link Approach) เพื่อให้สะท้อนโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น โดยดัชนี MPI เดือนก.ย. 69 อยู่ที่ระดับ 101.37 ขยายตัว 2.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) อยู่ที่ 60.58%
สำหรับปัจจัยสนับสนุนในเดือนก.ย. 69 มาจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ยังคงกระตุ้นกำลังซื้อภาคประชาชนต่อเนื่องมาจากเดือนก่อนหน้า ส่งผลดีต่อการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงมาตรการบรรเทาต้นทุนพลังงานโดยปรับลดราคาค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 69 จาก 3.95 เหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย ช่วยลดต้นทุนภาคธุรกิจและค่าครองชีพ อีกทั้งความต้องการสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และ Data Center ขยายตัว ส่งผลดีต่อการผลิตและการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยตามอุปสงค์ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดัน จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างความเสี่ยงต่อราคาพลังงานและค่าขนส่ง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการมีความผันผวน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาพลังงาน ซึ่งเพิ่มภาระต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการอาจมีข้อจำกัดในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาจำหน่าย ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรและความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการแข่งขันกับสินค้านำเข้าราคาถูก ตลาดในประเทศเผชิญแรงกดดันจากสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น กระทบต่อยอดขายของผู้ประกอบการไทย สินค้าที่ได้รับผลกระทบ เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป เหล็กแผ่น และผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น
*อุตสาหกรรมที่ส่งผลบวกต่อ MPI เดือนก.ย. 69
– ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ : เติบโต 27.28%YoY จาก Printed Circuit Board Assembly (PCBA) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เป็นหลัก ตามความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โลก ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนเพื่อขยายการผลิตในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เพิ่มขึ้น
– อุปกรณ์สื่อสาร : เติบโต 50.31%YoY จากอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ (optical) ตามการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของกลุ่ม Data Center ทั่วโลก ส่งผลให้ผู้ผลิตในไทยขยายกำลังการผลิต โดยมียอดการจ้างงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่าเท่าตัว
– คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง : เติบโต 8.38%YoY ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ Data Center และ Al

*อุตสาหกรรมที่ส่งผลลบต่อ MPI เดือนก.ย. 69
– ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม : หดตัว 5.93%YoY จากน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเป็นหลัก จากโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งหยุดซ่อมบำรุงหน่วยกลั่นบางหน่วย
– พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นต้น : หดตัว 13.22%YoY จาก Polyethylene (PE), Styrene Butadiene Rubber (SBR) และ Ethylene เป็นหลัก จากต้นทุนการผลิตและราคาวัตถุดิบมีความผันผวน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และมีสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาด
– ยานยนต์ : หดตัว 6.22%YoY จากรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด และรถบรรทุกปิคอัพ เป็นหลัก ตามการหดตัวของตลาดในประเทศ จากภาระหนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้อมีจำกัด และสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ประกอบกับการถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

*MPI ไตรมาส 3/69 ขยายตัว 3.40%YoY
สำหรับดัชนี MPI ไตรมาส 3/69 อยู่ที่ระดับ 100.30 ขยายตัว 3.40%YoY และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 59.98%
อุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวก ได้แก่
– ชิ้นส่วนและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ : เติบโต 20.70%YoY ตามทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกอย่างต่อเนื่อง
– น้ำตาล : เติบโต 32.42%YoY ปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากปริมาณและการกระจายตัวของน้ำฝนเพิ่มขึ้น
– อุปกรณ์สื่อสาร : เติบโต 48.82%YoY จากการขยายการลงทุนในกลุ่ม AI และ Data Center ทั่วโลก
อุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลลบ ได้แก่
– พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นต้น : หดตัว 15.06%YoY จากต้นทุนการผลิตและราคาวัตถุดิบมีความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
– น้ำมันปาล์ม : หดตัว 10.52%YoY ตามปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดลดลง จากสภาพอากาศแปรปรวน
– เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน : หดตัว 7.24%YoY ตามคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว หลังราคาสินค้าปรับสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิต และผู้ผลิตบางร้ายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต

*MPI เดือนต.ค. 69 ยังส่งสัญญาณ “ปกติเบื้องต้น”

สำหรับระบบเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนต.ค. 69 พบว่า ในภาพรวมยังส่งสัญญาณ “ปกติเบื้องต้น” โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ดังนี้
– ปัจจัยในประเทศ : “ส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น” โดยคาดว่าจะยังได้รับผลดีจากการส่งออกและการลงทุนที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ปัญหาอุทภภัยกระทบเส้นทางการขนส่งวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ปรับตัวลดลง
– ปัจจัยต่างประเทศ : “เฝ้าระวัง” จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ การประท้วงและการชะลอตัวของเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
*จับตาอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย เติบโตต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง คือ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย ซึ่งเติบโตต่อเนื่องตามกระแส Pet Humanization โดยตั้งแต่ปี 67 ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก และในปี 68 มีมูลค่าการส่งออก 2,899 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ครองส่วนแบ่งตลาดโลก 10.3% ขณะที่ช่วงครึ่งแรกของปี 69 การส่งออกยังขยายตัว 7.57%
นอกจากนี้ MPI อาหารสัตว์เลี้ยงในเดือนส.ค. 69 ขยายตัว 12.07% และช่วง 8 เดือนแรกของปีขยายตัว 11.27% สะท้อนถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมที่มีทั้งห่วงโซ่อุปทานในประเทศ มาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับ และความสามารถในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องให้ความสำคัญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น มาตรฐานและข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้น ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างแบรนด์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดใหม่ในอนาคต
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธารัชดา คงขุนเทียน





