
คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งสหรัฐฯ (FCC) เตรียมลงมติในวันที่ 19 พ.ย. นี้ เพื่อสั่งห้ามค่ายโทรคมนาคมจีน ได้แก่ ไชน่า โมบาย (China Mobile), ไชน่า เทเลคอม (China Telecom) และไชน่า ยูนิคอม (China Unicom) ตลอดจนผู้ให้บริการผ่านโครงข่ายไอพีรายอื่น ๆ เข้าถึงหมายเลขโทรศัพท์ของสหรัฐฯ โดยตรง ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ และเพื่อสกัดการโทรหลอกลวงผ่านระบบอัตโนมัติ
เบรนแดน คาร์ ประธาน FCC ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ว่า “มตินี้จะช่วยเสริมแนวป้องกันด่านแรกให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อรับมือกับกลุ่มมิจฉาชีพและขบวนการโทรอัตโนมัติผิดกฎหมาย”
นอกจากนี้ FCC ยังเตรียมสั่งห้ามผู้ให้บริการผ่านโครงข่ายไอพีใช้อุปกรณ์จากบริษัทในบัญชีรายชื่อที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของ FCC เช่น หัวเว่ย (Huawei) และแซดทีอี (ZTE) พร้อมระบุว่าจะห้ามแล็บทุกแห่งในจีนทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับตลาดสหรัฐฯ โดยจะมีผลในเดือนธ.ค. 2571 และอาจเพิกถอนสิทธิ์การอนุญาตเข้าถึงหมายเลขโทรศัพท์โดยตรงของบริษัทจีนที่มองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง
มาตรการดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2567 ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มจารกรรมทางไซเบอร์ที่รัฐบาลจีนหนุนหลังอย่าง “ซอลต์ ไต้ฝุ่น” (Salt Typhoon) ได้เจาะระบบบริษัทโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของสหรัฐฯ เพื่อขโมยข้อมูลและประวัติการโทรของผู้บริโภค ขณะที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ย้ำในปีนี้ว่า ภัยคุกคามจาก Salt Typhoon “ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง”
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท





