สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันศุกร์ (30 ต.ค.) และปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเม.ย. เนื่องจากนักลงทุนเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่สงครามอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ขณะที่เหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซยิ่งตอกย้ำความเสี่ยงด้านอุปทาน
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 2.08% ปิดที่ 104.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.76 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 117.64 ดอลลาร์/บาร์เรล
ตลอดทั้งเดือนต.ค. สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 13.6% ขณะที่สัญญาน้ำมัน WTI เพิ่มขึ้น 15.2%
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า นักลงทุนจะยังคงจับตาการขนส่งน้ำมันออกจากตะวันออกกลาง รวมถึงความเป็นไปได้ที่กองกำลังสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรจะยกระดับปฏิบัติการทางทหาร
เมื่อวันศุกร์ สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดที่ติดตั้งโดยเรือขนาดเล็ก ขณะที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีในช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการเดินเรือระบุว่า นี่เป็นเหตุโจมตีที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกในเส้นทางเดินเรือดังกล่าวโดยใช้ทุ่นระเบิดแม่เหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดที่นำไปติดไว้กับตัวเรือจากเรือขนาดเล็ก นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นในเดือนก.พ.
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ณ กรุงริยาดเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีภารกิจจำเป็นและสมาชิกในครอบครัวเดินทางออกจากซาอุดีอาระเบีย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยอ้างถึงเหตุโจมตีสนามบินพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่น ๆ ของกลุ่มฮูตี
กลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ Ras Tanura โรงกลั่น Rabigh และโรงงานผลิตน้ำมันในเมือง Abqaiq ซึ่งเป็นของ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย
ขณะเดียวกัน พันธมิตรทางทหารที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธร่อนที่กลุ่มฮูตียิงมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศได้
ด้านเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเปิดเผยว่า คณะผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์เดินทางถึงกรุงเตหะรานเมื่อวันศุกร์ เพื่อร่วมผลักดันความพยายามประสานงานให้สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงร่วมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ติดต่ออิหร่านเพื่อช่วยจัดหาสิ่งของทางการแพทย์ให้แก่ประเทศดังกล่าว หลังสื่อสหรัฐฯ รายงานว่า แวนซ์ได้ส่งจดหมายถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่าน เพื่อรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพ
สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้รับจดหมายจากแวนซ์แล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบกลับ โดยระบุว่า เตหะรานต้องการให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่าน และจุดยืนใด ๆ ที่ขัดแย้งกับกรอบเงื่อนไขดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
รายงานของ Saxo Bank เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า ราคาน้ำมันอาจผันผวนรุนแรงขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากการเลือกตั้งของอิสราเอลที่เพิ่งผ่านพ้นไป และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย.
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แม้ความขัดแย้งจะยุติลงแล้ว ราคาน้ำมันดิบก็มีแนวโน้มซื้อขายในกรอบที่สูงขึ้นที่ระดับ 70-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เทียบกับกรอบก่อนเกิดสงครามที่ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
บริษัทติดตามการเดินเรือ 2 แห่งจากทั้งหมด 3 แห่งระบุว่า ซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค. เมื่อเทียบกับเดือนก.ย. แม้เผชิญเหตุโจมตีเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียจากอิหร่าน และคำกล่าวอ้างของกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งสนับสนุนอิหร่านว่าได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำการผลิตในอนาคต เพิ่มขึ้น 2 แท่น ขณะที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยในรายงานปริมาณอุปทานปิโตรเลียมรายเดือนเมื่อวันศุกร์ว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในเดือนส.ค. แต่ความต้องการใช้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลับลดลง
ส่วนบริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบียเปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่งได้ปิดวาล์วบนท่อส่งน้ำมันดิบ Hamada ซึ่งเป็นท่อส่งหลักที่เชื่อมแหล่งน้ำมัน Hamada กับโรงกลั่น Zawiya เมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันดิบหยุดชะงักลงประมาณ 15,000 บาร์เรลต่อวัน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





