
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใน 4 แคว้นของยูเครนเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวยูเครนหลายแสนคนไม่มีไฟฟ้าใช้ในวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) ขณะที่ทางการรัสเซียรายงานว่า โรงงานอุตสาหกรรมในแคว้นนิจนีนอฟโกรอดได้รับความเสียหายรุนแรง
แม้การหยุดยิงชั่วคราวในระดับท้องถิ่นเป็นเวลา 6 วัน รอบเมืองโอเลชกีของยูเครนซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย จะดำเนินมาถึงวันสุดท้ายโดยยังคงมีผลบังคับใช้ แต่การสู้รบในพื้นที่อื่น ๆ ตามแนวหน้ากลับไม่มีท่าทีผ่อนคลายลง และทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศระยะไกลอย่างต่อเนื่อง
เซเลนสกีกล่าวผ่านเทเลแกรมว่า “ความรุนแรงของการโจมตีอยู่ในระดับสูงมาก และฝ่ายรัสเซียกำลังพยายามฉวยโอกาสจากภาวะขาดแคลนระบบขีปนาวุธสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวให้ได้มากที่สุด”
เซเลนสกีกล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยูเครนได้โจมตีโรงงานคาเมนสกีในแคว้นรอสตอฟของรัสเซีย ซึ่งเขาระบุว่าเป็นโรงงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตขีปนาวุธของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม รัสเซียไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานการโจมตีในแคว้นรอสตอฟดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ในแคว้นนิจนีนอฟโกรอด เกลบ นิกิติน ผู้ว่าการแคว้นเปิดเผยว่า การโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ของยูเครนเมื่อคืนที่ผ่านมาส่งผลให้เกิด “ความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ” ต่อสถานประกอบการอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง
แม้นิกิตินจะไม่ได้ระบุชื่อสถานที่ที่ถูกโจมตี แต่แคว้นดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันนอร์ซี (NORSI) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซีย
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





