ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก รับความหวังเจรจายุติสงครามอิหร่าน ดันหุ้นท่องเที่ยวพุ่ง


ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันจันทร์ (2 พ.ย.) หลังนักลงทุนมีความหวังว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านอาจมีความคืบหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงและกระตุ้นให้นักลงทุนกล้าเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.44 จุด เพิ่มขึ้น 2.69 จุด หรือ +0.42%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,047.69 จุด เพิ่มขึ้น 78.27  จุด หรือ +0.98%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,981.09 จุด เพิ่มขึ้น 162.88  จุด หรือ +0.63%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,761.33 จุด เพิ่มขึ้น 31.55 จุด หรือ +0.29%

ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดัชนี IBEX ของสเปนบวก 1.63% นำตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้น

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมากกว่า 7% หลังเจ้าหน้าที่อิหร่านและกาตาร์หารือกันต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ปฏิกิริยาของตลาดส่วนหนึ่งเป็นผลจากความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลง

ก่อนหน้านี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเคยเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้งจากกระแสข่าวที่บ่งชี้ว่าอาจมีความคืบหน้าทางการทูตเพื่อยุติสงคราม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยุโรปมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นพิเศษ เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง

ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยหนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการให้ปรับตัวขึ้น 3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 2.3% และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี STOXX โดยข้อมูลจาก LSEG I/B/E/S ระบุว่า ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงก่อนหน้านี้ช่วยหนุนให้บริษัทในกลุ่มดังกล่าวมีการเติบโตของกำไร 139% ในไตรมาส 3

ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปรับตัวลงจากความกังวลเกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากในอุตสาหกรรม ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปซึ่งมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มนี้น้อยกว่า สามารถทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ในเดือนต.ค.

ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ทำผลงานรายเดือนดีที่สุดในรอบกว่า 39 ปี โดยดัชนีปรับขึ้น 14% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2530 อย่างไรก็ตาม ดัชนีกลุ่มดังกล่าวปรับลดลง 0.6% ในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์

นักวิเคราะห์กล่าวว่า หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกหลายประการในไตรมาสที่ผ่านมา ประการแรกคือการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งทำให้หุ้นเฮลท์แคร์มีความน่าสนใจมากขึ้นในฐานะหุ้นกลุ่มที่มีความทนทานต่อความผันผวนของตลาด อีกทั้งบริษัทยังมีข่าวผลประกอบการที่ดี

หุ้น Bavarian Nordic เพิ่มขึ้น 2.4% หลังบริษัทผู้ผลิตวัคซีนได้รับสัญญาระยะเวลา 4 ปีจากรัฐบาลอังกฤษ เพื่อจัดหาวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงและไข้ทรพิษ พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืน

ด้านหุ้นกลุ่มชิปฟื้นตัวจากแรงเทขายในกลุ่มเทคโนโลยีเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวัง โดยหุ้น Aixtron ปรับตัวขึ้น 3.9% และหุ้น Infineon เพิ่มขึ้น 2.9%

ส่วนหุ้น Alstom ร่วงลง 26% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2567 หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการ เนื่องจากปัญหาในการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม Coradia Max ในเยอรมนีส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในช่วงครึ่งปีแรก นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่ากระแสเงินสดอิสระตลอดทั้งปีจะติดลบ จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเป็นบวก

ขณะที่หุ้น Ryanair พุ่งขึ้น 5.2% หลังบริษัทประกาศแผนลดต้นทุน แม้รายงานกำไรสุทธิลดลง 6%

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช