ประธาน ICC จวกสหรัฐฯ คว่ำบาตรศาล ร้อง 193 ชาติสมาชิก UN ร่วมปกป้องศาล

ผู้พิพากษาโทโมโกะ อาคาเนะ ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ชาวญี่ปุ่น ประณามรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ออกมาตรการคว่ำบาตรเพื่อขัดขวางกระบวนการยุติธรรมสากล พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (UN) ทั้งหมด 193 ประเทศ ไม่ใช่เพียง 125 ประเทศที่เป็นรัฐภาคีของ ICC “ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรม ทั้งในระดับรายประเทศและร่วมกัน เพื่อปกป้องศาล“

อาคาเนะระบุว่า การกล่าวถ้อยแถลงต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ผ่านระบบทางไกลเมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) เป็นผลมาจากมาตรการของสหรัฐฯ ที่ผิดปกติอย่างยิ่งและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งคุกคามผู้พิพากษา อัยการ และตัวองค์กร ICC เอง พร้อมย้ำถึงการขยายมาตรการคว่ำบาตรครอบคลุมทั้งศาลเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่มีการประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ นาวี พิลเลย์ นักกฎหมายชาวแอฟริกาใต้ อดีตผู้พิพากษา ICC จากการอุทิศตนเพื่อส่งเสริมสันติภาพและกฎหมายระหว่างประเทศ

“นี่เป็นความย้อนแย้งที่ชัดเจนอย่างที่สุด ด้านหนึ่งคือการยอมรับทั่วโลกถึงคุณค่าของกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งกลับมีความพยายามที่จะสยบองค์กรที่เป็นตัวแทนของความยุติธรรมนั้น” อาคาเนะกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่องต่อเจ้าหน้าที่ ICC ก่อนจะยกระดับเป้าหมายครอบคลุมทั้งองค์กรเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อหวังบ่อนทำลายและยุบเลิกศาล ICC จากกรณีการสืบสวนสอบสวนต่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร ซึ่งรวมถึงอิสราเอล

ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ “จะสั่งห้ามทำธุรกรรมกับศาลนอกแถวแห่งนี้ เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงและทำให้ขีดความสามารถในการดำเนินงานที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเราต้องเป็นอัมพาต”

ทั้งนี้ ICC ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในกรณีที่ประเทศต่าง ๆ “ไม่เต็มใจหรือไม่สามารถ” ดำเนินคดีได้เอง โดยสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นรัฐภาคีของศาลแห่งนี้

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต