ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $29.20 เหตุดอลล์แข็ง-บอนด์ยีลด์พุ่งฉุดตลาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (3 พ.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ รวมทั้งตัวเลขจ้างนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 29.20 ดอลลาร์ หรือ 0.74% ปิดที่ 3,940.40 ดอลลาร์/ออนซ์

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 101.867 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะที่ระดับ 4.974%

ทั้งนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ส่วนการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ขณะที่ผลสำรวจบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะคว้าชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎร แต่ผลลัพธ์ในวุฒิสภายังคงไม่ชัดเจน โดยปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

นักวิเคราะห์จาก Forex.com คาดการณ์ว่า หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งอย่างเด็ดขาดทั้งสองสภา จะส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์ออกกฎหมายได้ยากขึ้น ซึ่งรวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเพดานหนี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ

ด้านสภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำรวมกันเพิ่มขึ้น 42% แตะที่ระดับ 321 ตันในไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นยอดรวมรายไตรมาสที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4/2567

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าซื้อทองคำ แม้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็ตาม โดยการรุกซื้อดังกล่าวทำให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปี 2569 พุ่งขึ้นเป็น 675 ตัน นอกจากนี้ WGC คาดการณ์ว่าอุปสงค์ทองคำของธนาคารกลางในปี 2569 จะอยู่ที่อย่างน้อย 848 ตัน

นักลงทุนรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (6 พ.ย.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช