
สหรัฐอเมริกาเริ่มทยอยปิดคูหาเลือกกลางเทอม ซึ่งเป็นการชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต โดยการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์
ทั้งนี้ คูหาเลือกตั้งเริ่มทยอยปิดตั้งแต่เวลา 18.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) หรือเวลา 06.00 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ (4 พ.ย.) และรัฐอะแลสกาจะเป็นพื้นที่สุดท้ายที่ปิดคูหาในเวลา 01.00 น. ตามเวลา ET หรือตรงกับเวลา 13.00 น.ตามเวลาไทยในวันนี้
ปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยมี 218 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร จากที่นั่งทั้งหมด 435 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตมี 214 ที่นั่ง ส่วนในวุฒิสภา พรรครีพับลิกันมี 53 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตมี 47 ที่นั่ง จากที่นั่งทั้งหมด 100 ที่นั่ง
พรรคเดโมแครตจำเป็นต้องได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นสุทธิอย่างน้อย 4 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร จากปัจจุบัน 214 เป็น 218 ที่นั่ง เพื่อครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนในวุฒิสภา พรรคเดโมแครตจำเป็นต้องได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นสุทธิอย่างน้อย 4 ที่นั่งเช่นกัน จากปัจจุบัน 47 เป็น 51 ที่นั่ง เพื่อครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา
FiftyPlusOne คาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตมีความได้เปรียบอย่างมากในสภาผู้แทนราษฎร และมีแนวโน้มสดใสในวุฒิสภา ขณะที่ล่าสุด นักลงทุนในตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตอาจได้ครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
ที่นั่งวุฒิสภาในพื้นที่ฐานเสียงอันเหนียวแน่นของพรรครีพับลิกัน เช่น แคนซัส เซาท์แคโรไลนา และเนบราสกา อาจเกิดการพลิกผันได้ ขณะเดียวกันพรรครีพับลิกันก็มีโอกาสคว้าชัยในพื้นที่ฐานเสียงดั้งเดิมของพรรคเดโมแครตอย่างมินนิโซตาและนิวแฮมป์เชียร์ ส่วนการแข่งขันในรัฐที่ยังสูสีจนยากจะคาดเดา เช่น อะแลสกา ไอโอวา เมน มิชิแกน โอไฮโอ และเท็กซัส จะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคใดจะได้ครองอำนาจในสภาคองเกรสชุดถัดไป
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





