
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเผชิญความผันผวนในการซื้อขายนอกเวลาทำการเมื่อเย็นวันอังคาร (3 พ.ย.) ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงเช้าวันนี้ (4 พ.ย.) ตามเวลาไทย หลังนักลงทุนประเมินผลการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2569 ซึ่งมีแนวโน้มว่า พรรคเดโมแครตจะคว้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และอาจรวมถึงวุฒิสภาด้วย ส่งผลให้ S&P500 ฟิวเจอร์พลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังจากปรับตัวขึ้นในช่วงแรก
S&P500 ฟิวเจอร์ ลดลง 0.6% หลังเปิดตลาดในแดนบวก ขณะที่ Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ปรับตัวลง 0.5% ส่วนดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลดลง 252 จุด หรือ 0.5%
แรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากความกังวลว่า หากพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอย่างชัดเจน หรือที่เรียกว่าสถานการณ์ Blue Wave อาจส่งผลกระทบต่อหุ้นในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากนักลงทุนมองว่ารัฐบาลอาจเพิ่มข้อจำกัดในการก่อสร้างและดำเนินงานศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ชัยชนะของพรรคเดโมแครตยังอาจเป็นอุปสรรคต่อการผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี และอาจนำไปสู่การตรวจสอบอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้มงวดขึ้น รวมถึงธุรกิจธนาคาร
ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่หุ้นกลุ่ม AI ปรับตัวลงมาแล้วในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความวิตกว่าการใช้จ่ายลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูลอาจชะลอตัวลง ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Microsoft และ Amazon ก็ปรับตัวลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการเช่นกัน
ในทางกลับกัน หุ้นพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับตัวขึ้นในการซื้อขายหลังปิดตลาด จากการคาดการณ์ว่า การที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสจะช่วยสกัดกั้นนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนี้ โดยกองทุน Invesco Solar ETF เพิ่มขึ้น 3.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
ด้านแพลตฟอร์ม Kalshi ซึ่งสะท้อนการคาดการณ์ของผู้ซื้อขายผ่านอัตราต่อรอง พบว่าโอกาสที่พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 90% ขณะที่โอกาสครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผลที่ตลาดคาดการณ์ไว้เป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 97% สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับโอกาสที่พรรคเดโมแครตจะทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งครั้งนี้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งในทุกรัฐยังปิดไม่ครบ และ CNBC ยังไม่ได้ประกาศผลการแข่งขันในเขตเลือกตั้งใดอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ตลาดการเงินมักเผชิญความผันผวนอย่างมากในคืนวันเลือกตั้ง แต่นักลงทุนจำนวนมากยังมองว่าผลกระทบต่อตลาดจากการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น
สำหรับการซื้อขายในวันอังคารนั้น หุ้นกลุ่ม AI ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้นเกือบ 1% จากแรงหนุนของหุ้นผู้ผลิตชิป ขณะที่ S&P500 ปิดบวก 0.3% ส่วนดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลงมากกว่า 200 จุด หรือ 0.5%
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช





