
ตำรวจอินโดนีเซียจับกุมนายตำรวจระดับสูง 3 นาย หนึ่งในนั้นคือหัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยลักลอบดักฟังโทรศัพท์ประธานาธิบดี รัฐมนตรี นักข่าว ตลอดจนนักธุรกิจชั้นนำ
แม้ทางการจะระบุตัวผู้ต้องสงสัยด้วยอักษรย่อเพียง LSP, ASN และ EH แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับการยืนยันจากรัฐบาลแล้วว่า LSP คือ พลตำรวจเอก ลิซตีโย ซีกิต ปราโบโว (Listyo Sigit Prabowo) อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เพิ่งมารับตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานประธานาธิบดีเมื่อเดือนก่อน
ส่วนอีก 2 ราย สื่อท้องถิ่นชี้ว่า ASN คือ อะฮ์รี ซนตา นาซูตียน (Ahrie Sonta Nasution) หัวหน้าฝ่ายกฎหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ EH คือ เอโก ฮาดี ซันโตโซ (Eko Hadi Santoso) นายตำรวจระดับสูงสังกัดสถาบันการศึกษาตำรวจแห่งชาติ
เบื้องต้นตำรวจสอบปากคำพยานไปแล้ว 13 ปาก เพื่อขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีกหรือไม่
ทีมสืบสวนเปิดเผยว่า ขบวนการนี้เริ่มแอบดักฟังมาตั้งแต่ปี 2568 หรือราว 2 เดือนหลังปราโบโวเข้ารับตำแหน่ง และทำเรื่อยมาจนถึงปีนี้ โดยแอบป้อนเบอร์โทรศัพท์เข้าระบบบริหารจัดการการดักฟังตามกฎหมาย (Lawful Interception Management System) ทั้งที่ไม่มีการยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ ไม่มีสำนวนคดีรองรับ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนตามกฎหมายใด ๆ
อาเซ็ป ซัฟรูดิน หัวหน้าฝ่ายสืบสวนคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวเมื่อค่ำวันอังคาร (3 พ.ย.) ว่า
“ผู้ต้องสงสัยลักลอบดักฟังโทรศัพท์อย่างผิดระเบียบปฏิบัติและผิดกฎหมาย มีทั้งเบอร์ของประธานาธิบดี เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง แกนนำองค์กรภาคประชาชน สื่อมวลชน เอ็นจีโอ และนักธุรกิจ”
อาเซ็ปเผยอีกว่า เมื่อเดือนก่อนกลุ่มผู้ต้องสงสัยยังพยายามทำลายหลักฐาน ด้วยการสั่งลบประวัติข้อมูลในระบบ ทั้งสามคนจึงถูกตั้งข้อหาหนัก ทั้งดักรับข้อมูลโดยมิชอบ เข้าถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต และลบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี, 6 ปี และ 8 ปีตามลำดับ
ด้าน ยุซริล อิฮ์ซา มาเฮินดรา รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายกิจการกฎหมาย ระบุว่า ได้รายงานเรื่องนี้ให้ประธานาธิบดีทราบแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ทราบแรงจูงใจแน่ชัด และยังไม่พบหลักฐานโยงถึงการก่อกบฏ พร้อมย้ำว่า การสืบสวนเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
เหตุอื้อฉาวครั้งนี้กลายเป็นมรสุมการเมืองลูกใหม่ของปธน.ปราโบโว ซ้ำเติมรัฐบาลที่กำลังเผชิญศึกรอบด้าน ทั้งคะแนนนิยมที่ทรุดตัว ตลาดหุ้นถูกเทขายอย่างหนัก ค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ตลอดจนคำเตือนจาก MSCI ผู้จัดทำดัชนีระดับโลก ว่าอาจลดระดับความน่าลงทุนของตลาดหุ้นอินโดนีเซีย
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





