
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงในวันนี้ (4 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากดัชนีฟิวเจอร์ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลง อันเนื่องมาจากสัญญาณที่บ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรอ้างอิง ลดลงเกือบ 0.05 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 4.902% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลง 0.0529 จุดเปอร์เซ็นต์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอายุ 2 ปี ปรับตัวลง 0.06 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 4.55%
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนและราคาพันธบัตรจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกัน
สื่อหลายแห่งของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ครั้งนี้ โดยก่อนหน้านี้ พรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภา
นักลงทุนในตลาดการเงินกังวลว่า ชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์ประสบกับความยากลำบากในการผลักดันวาระทางเศรษฐกิจที่ได้ริเริ่มไว้ ขณะที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ (NYT) ว่า เขาเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่จะยอมรับผลการเลือกตั้ง พร้อมกับยอมรับว่าสงครามในอิหร่านมีส่วนทำให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแนวโน้มที่พรรคเดโมแครตจะเข้ามาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสในปีหน้า ทรัมป์ได้แสดงความพร้อมที่จะใช้สิทธิวีโต้เพื่อยับยั้งกฎหมายของพรรคเดโมแครต หากจำเป็น
ทรัมป์กล่าวว่า เขายินดีรับฉายา “มิสเตอร์วีโต้” ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีบีเอสนิวส์ ก่อนที่คูหาเลือกตั้งกลางเทอมทั่วประเทศจะปิดลง โดยระบุว่า “ผมมีอำนาจสูงสุด มันเรียกว่า ‘การใช้สิทธิวีโต้’ “
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





