ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.64 แข็งค่าจากช่วงเช้า ขานรับผลเลือกตั้งสหรัฐ ส่งผลดอลลาร์อ่อนค่า-ราคาทองหนุน

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดเย็นนี้ที่ระดับ 33.64 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 33.76 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.62 – 33.76 บาท/ดอลลาร์ โดยทำ low สุดในรอบ 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ เงินบาทปรับตัวแข็งค่าจากในช่วงเช้า เนื่องจากทยอยรับรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครต มีแนวโน้มสูงที่จะคว้าชัยชนะและครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ประกอบกับราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากในระหว่างวันนี้

“ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังจากผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ล่าสุดขณะนี้ แม้จะยังนับคะแนนไม่เสร็จสิ้น แต่ก็มีโอกาสสูงที่พรรคเดโมแครต จะคว้าชัยชนะ ซึ่งส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า โดยในระหว่างวัน เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ที่ระดับ 33.62 บาท/ดอลลาร์” นักบริหารเงิน ระบุ

โดยคืนนี้ นอกจากจะต้องติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องแล้ว นักลงทุนยังรอดูการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ ได้แก่ การจ้างงานภาคเอกชนเดือน ต.ค. , ดัชนีภาคบริการเดือนต.ค. และ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนต.ค.

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 – 33.75 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.38 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 158.14 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1260 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1240 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดที่ 1,502.09 จุด เพิ่มขึ้น 11.08 จุด (+0.74%) มูลค่าซื้อขาย 76,971.32 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,846.18 ล้านบาท 

– ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เห็นชอบการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยสำหรับปี 2569 โดยในส่วนของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ได้ปรับขึ้นเป็น 2.4-2.5% (เดิม 2.1-2.5%) การส่งออก ปรับขึ้นเป็น 18-22% (เดิม 12-16%) และอัตราเงินเฟ้อ ปรับลงเหลือ 2.1-2.5% (เดิม 2.5-3.0%)

– สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หนุนนโยบายรัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ BEV และรถยนต์ REEV ที่นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) เพิ่มขึ้นเป็น 35% โดยเชื่อว่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศ ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 7% ในปี 2570

– นักลงทุนในตลาดการเงินกังวลว่า ชัยชนะของพรรคเดโมแครต อาจส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์ประสบกับความยากลำบากในการผลักดันวาระทางเศรษฐกิจที่ได้ริเริ่มไว้

– ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าพร้อมยอมรับผลการเลือกตั้งกลางเทอม โดยทรัมป์ระบุว่าความพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกันมีสาเหตุมาจากสงครามในอิหร่านและการที่ไม่มีชื่อของเขาอยู่บนบัตรเลือกตั้ง แต่ทรัมป์ก็ประกาศความพร้อมที่จะใช้อำนาจสิทธิวีโต้ (Veto) เพื่อยับยั้งกฎหมายของเดโมแครตหากจำเป็น

– ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาทางเทคนิค เพื่อหารือกับผู้มีส่วนร่วมในตลาดเงิน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ เสริมสภาพคล่อง และรับมือกับความเสี่ยงใหม่ ๆ ในตลาดเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาด และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน

– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงในวันนี้ (4 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากดัชนีฟิวเจอร์ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลง อันเนื่องมาจากสัญญาณที่บ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา

– ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงในช่วงเช้า เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตอาจคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งหากเป็นไปตามคาด ก็จะส่งผลให้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี มีความไม่แน่นอนมากขึ้น จากปัจจุบันที่เผชิญกับความต้องการลงทุนที่เปราะบางอยู่แล้ว

– ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของเกาหลีใต้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากผลตอบแทนการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ณ สถาบันการเงินภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน