
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 800 จุดในวันนี้ ขานรับชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่สถิติบ่งชี้ตลาดมักปรับตัวได้ดีในกรณีที่พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันแบ่งกันคุมทำเนียบขาวและสภาคองเกรส
ณ เวลา 18.58 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 825 จุด หรือ 1.59% สู่ระดับ 52,720 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ และ Nasdaq ฟิวเจอร์ บวก 1.15% และ 0.93% ตามลำดับ
พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร โดยล่าสุด ณ เวลา 18.58 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า พรรคเดโมแครตได้ที่นั่ง 54 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่งในวุฒิสภา ขณะที่พรรครีพับลิกันได้เพียง 44 ที่นั่ง ส่วนในสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครตได้ 228 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ขณะที่พรรครีพับลิกันได้เพียง 139 ที่นั่ง
ทั้งนี้ จากการเลือกตั้งกลางเทอม 10 ครั้ง และการเลือกตั้งประธานาธิบดี 5 ครั้ง ซึ่งไม่มีพรรคหนึ่งพรรคใดยึดอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งทำเนียบขาวและสภาคองเกรส พบว่า ดัชนี S&P 500 สามารถพุ่งขึ้นเฉลี่ย 15% ในช่วง 1 ปีหลังการเลือกตั้ง โดยผลตอบแทนเป็นบวกถึง 14 ครั้งจากทั้งหมด 15 ครั้ง
ส่วนในสถานการณ์ที่พรรคการเมืองเดียวสามารถควบคุมอำนาจทั้งหมดในทำเนียบขาวและสภาคองเกรส พบว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยเพียง 11.5% ในช่วง 1 ปีหลังการเลือกตั้ง
นายแอนดรูว์ สลิมมอน จากบริษัทมอร์แกน สแตนลีย์ อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญกับภาวะชะงักงันทางการเมือง แต่เขาเสริมว่า “ตลาดชื่นชอบภาวะดังกล่าว เพราะตลาดไม่ชอบสถานการณ์ที่พรรคการเมืองใดมีอำนาจมากเกินไป”
ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Squawk Box Europe ของสำนักข่าว CNBC นายสลิมมอนกล่าวว่า หากผลการเลือกตั้งทำให้เกิดแรงผลักดันมากขึ้นในการหาทางยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงได้
“เรื่องนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง” นายสลิมมอนกล่าว
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อตลาด หลังจากไม่ได้แสดงท่าทีคัดค้านผลการเลือกตั้งกลางเทอม
ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ผมคิดว่าเราจะทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครต และเราจะสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี”
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส อาจกดดันต่อหุ้นบางกลุ่มในตลาด โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นอกจากนี้ นักลงทุนกังวลว่า ชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเดโมแครตอาจนำไปสู่การออกมาตรการควบคุมและข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ทั่วประเทศ
หุ้นกลุ่มผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI หรือ Neocloud เช่น CoreWeave และ Nebius ร่วงลง 3.6% และ 1% ตามลำดับในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด
อย่างไรก็ดี หุ้นเทคโนโลยีในกลุ่มอื่น ๆ สามารถดีดตัวขึ้น โดยหุ้น Microsoft บวก 0.3% และ Amazon พุ่งขึ้น 1.1% ขณะที่หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 0.5%
ส่วนหุ้นกลุ่มบริษัทประกันสุขภาพและพลังงานหมุนเวียน ดีดตัวขึ้นเช่นกัน ขณะที่หุ้นกลุ่มผลิตอาวุธปรับตัวลง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนมองว่าชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเดโมแครตจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดเช่นกัน เนื่องจากมีแนวโน้มทำให้มาตรการที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ เช่น การลดหย่อนภาษี เกิดขึ้นได้ยาก และอาจนำไปสู่การตรวจสอบอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น ธุรกิจธนาคาร อย่างเข้มงวดมากขึ้น
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




