ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE 100 ปิดพุ่ง 1.79% สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ รับแรงซื้อหุ้นแบงก์-เหมืองทอง

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันพุธ (4 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ก่อนธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงหลังพรรคเดโมแครตกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ช่วยหนุนราคาทองคำและหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่า

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,829.21 จุด เพิ่มขึ้น 190.78 จุด หรือ +1.79%

ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้นรายวันในสัดส่วนสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค. หลังหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้น 4.48% ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายวันมากที่สุดในรอบเกือบ 6 เดือน และเป็นกลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี FTSE 100 มากที่สุด โดยหุ้น HSBC, Standard Chartered, NatWest Group, Lloyds Banking Group และ Barclays ต่างปรับตัวขึ้นระหว่าง 3.6-5.4%

แรงซื้อหุ้นธนาคารเกิดขึ้นขณะที่ตลาดเตรียมรับการประกาศนโยบายการเงินของ BoE โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ได้คาดการณ์และสะท้อนโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ไว้ในราคาตลาดแล้ว

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า หุ้นธนาคารปรับตัวตามหลังตลาดอย่างมากในปีนี้ โดยหาก BoE ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง ก็จะช่วยเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคาร ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการ

ด้านหุ้น Metro Bank พุ่งขึ้นเกือบ 17.43% นำการปรับขึ้นของหุ้นในดัชนี FTSE 250 หลังจากธนาคารยืนยันคาดการณ์ผลประกอบการทั้งหมดตามที่เคยประกาศไว้

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าพุ่งขึ้นเกือบ 6.51% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันมากที่สุดในรอบเกือบ 3 เดือน ตามทิศทางราคาทองคำที่พุ่งขึ้น 3% โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบจากชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ รวมถึงความเป็นไปได้ที่บริษัท AI จะเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น และเศรษฐกิจอาจเติบโตช้าลง

ขณะเดียวกัน ผลประกอบการครึ่งปีแรกของ Marks & Spencer ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากยอดขายอาหารที่แข็งแกร่ง ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ยาและร้านขายของชำ ให้ปรับตัวขึ้น 2.66%

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างหนัก โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลง 4.3% และหลุดระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสำคัญทางจิตวิทยา ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานโดยรวมลดลง 2.15% และปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

ส่วนหุ้น Weir บริษัทด้านวิศวกรรม ร่วงลง 9.58% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถ่วงดัชนี FTSE 100 มากที่สุด หลังบริษัทเตือนถึงปัจจัยกดดันในระยะสั้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการหยุดชะงักของเหมืองแร่ในชิลี แม้บริษัทยังคงคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปีไว้ตามเดิมก็ตาม

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช