ปารากวัยเผชิญวิกฤตธนาคารครั้งใหญ่ กระทบลูกค้า 3 ล้านราย ลามสะเทือนเก้าอี้ประธานาธิบดี 

วิกฤตการณ์ทางธนาคารในปารากวัยได้ยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นความท้าทายทางการเมืองครั้งใหญ่สำหรับประธานาธิบดีซานติอาโก เปญา หลังธนาคารกลางปารากวัยเข้าแทรกแซงกิจการของอูเอโน แบงก์ (Ueno Bank) ธนาคารดิจิทัลรายใหญ่ ส่งผลให้ลูกค้าทั่วประเทศเกือบ 3 ล้านรายไม่สามารถเข้าถึงบัญชีเงินฝากได้ และจุดชนวนความไม่พอใจให้กับประชาชนอย่างหนัก

ผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าวยังนำไปสู่การลาออกของผู้ว่าการธนาคารกลาง การควบคุมตัวผู้บริหารระดับสูงของอูเอโน แบงก์ จำนวน 8 ราย ตลอดจนกระแสเรียกร้องให้ถอดถอนประธานาธิบดีเปญาออกจากตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านที่เพิ่มแรงกดดัน โดยกล่าวหาว่าประธานาธิบดีมีผลประโยชน์ทับซ้อน ยักยอกกองทุนบำเหน็จบำนาญ และพยายามปกปิดความล้มเหลวเชิงสถาบันที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตธนาคารในครั้งนี้

รอยเตอร์รายงานว่า สมาชิกรัฐสภาจำนวน 35 คน จากทั้งหมด 80 คนในสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นญัตติขอถอดถอนประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 พ.ย.) พร้อมขอให้ประธานสภาเรียกประชุมนัดพิเศษในวันนี้ (5 พ.ย.) เพื่อพิจารณาอนาคตทางการเมืองของเปญา

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านมีคะแนนเสียงไม่ถึงสองในสาม ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนกระบวนการถอดถอน ถึงกระนั้น ฝ่ายค้านเริ่มได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกบางส่วนซึ่งตัดสินใจแหกมติพรรคโคโลราโด (Colorado Party) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล

ทางด้านประธานาธิบดีเปญายังไม่ได้ออกมาแถลงตอบโต้กระบวนการถอดถอนโดยตรง แต่เขาได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองร่วมมือกันมุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองเงินฝากของประชาชน พร้อมย้ำว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีการยกเว้น

จุดเริ่มต้นของวิกฤตธนาคาร

ธนาคารกลางปารากวัยเข้าแทรกแซงกิจการของอูเอโน แบงก์ หลังจากพบว่า ธนาคารไม่สามารถดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด

อูเอโน แบงก์ ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากผู้ให้บริการฟินเทครายเล็กจนกลายมาเป็นธนาคารขนาดกลาง กำลังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด หลังถูกกล่าวหาว่าปล่อยสินเชื่อเกินขนาดให้แก่บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับ กรูโป บาซเกซ (Grupo Vazquez) ซึ่งเป็นกลุ่มทุนที่ถือหุ้นใหญ่ในธนาคาร

ประธานาธิบดีเปญาเคยเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของกลุ่มทุนดังกล่าวจนถึงเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งประเด็นนี้ได้จุดชนวนข้อสงสัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะที่ปัจจุบัน อูเอโน แบงก์ เป็นผู้บริหารจัดการเงินทุนของภาครัฐคิดเป็นมูลค่าเกือบ 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลูกค้าเกือบ 3 ล้านคน ในประเทศที่มีประชากรทั้งหมดเพียงราว 6.5 ล้านคนเท่านั้น

ผู้ว่าฯ ธนาคารกลางลาออก

แรงสะเทือนจากวิกฤตยังส่งผลให้ คาร์ลอส คาร์วัลโญ ผู้ว่าการธนาคารกลางปารากวัย ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีเปญาเรียกร้องให้เขาก้าวลงจากตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน อัยการได้ขยายผลการสอบสวนและออกหมายจับผู้บริหาร อูเอโน แบงก์ จำนวน 8 ราย ซึ่งในเวลาต่อมาผู้บริหารทั้งหมดได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ และศาลได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว

ทางด้าน อูเอโน แบงก์ ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงหรือแถลงการณ์ใด ๆ ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ วิกฤตดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบธนาคารโดยรวมของปารากวัย โดยแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารหลายแห่งประสบปัญหาขัดข้องเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี สมาคมธนาคารแห่งปารากวัยระบุว่า สถาบันการเงินต่าง ๆ กำลังเร่งบริหารจัดการเพื่อรองรับปริมาณลูกค้าจำนวนมากที่เริ่มทยอยย้ายบัญชีออกจากอูเอโน แบงก์ พร้อมยืนยันว่าระบบธนาคารของประเทศยังคงเปิดดำเนินการได้ตามปกติ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกดดันรัฐบาลของประธานาธิบดีเปญาอย่างหนัก ทั้งยังก่อให้เกิดคำถามระลอกใหญ่ต่อภาพลักษณ์ของปารากวัยในฐานะจุดหมายปลายทางที่มั่นคงสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท

ข่าวล่าสุด