ราคาน้ำมันโลกพุ่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน หลังรีพับลิกันพ่ายเลือกตั้ง

ณ เวลา 20.22 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2.05% สู่ระดับ 90.01 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนม.ค. บวก 2.86 ดอลลาร์ หรือ 3.02% สู่ระดับ 97.51 ดอลลาร์/บาร์เรล

“สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงไม่มีข้อยุติ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในขณะนี้” จิโอวานนี สเตาโนโว นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จากธนาคารยูบีเอสกล่าว

สเตาโนโวระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์มักเคลื่อนไหวตามปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่า ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เป็นราคาน้ำมันอ้างอิงภายในประเทศของสหรัฐ

ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดดิ่งลงมากกว่า 8% ในการซื้อขายวานนี้ โดยปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม

การทำสงครามกับอิหร่าน รวมทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกัน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่สร้างความไม่พอใจต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และมีส่วนทำให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งกลางเทอม

“ตลาดกำลังประเมินว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมจะส่งผลต่อแนวทางของทรัมป์ในการทำสงครามกับอิหร่านอย่างไร โดยขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่สงครามจะยุติลงมากขึ้น” จูน โกห์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านน้ำมันจากสปาร์ตา คอมโมดิตีส์ กล่าว

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังคงเผชิญความผันผวนมากขึ้นในระยะต่อไป เนื่องจากการใช้แนวทางการทูตอย่างเต็มรูปแบบเพื่อยุติสงครามยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ทั่วโลกก็ลดลงจนอยู่ในระดับต่ำมากแล้ว”

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความไม่แน่นอนจะยังคงมีอยู่ก่อนที่สภาคองเกรสชุดใหม่ซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก จะเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2570

ยูเรเซีย กรุ๊ป ปรับลดโอกาสที่สหรัฐจะกลับมาโจมตีอิหร่านลงเหลือ 60% จากเดิม 65% แต่ก็ปรับลดโอกาสที่จะมีการบรรลุข้อตกลงเหลือ 10% จากเดิม 20% เนื่องจากอิหร่านยังคงยืนกรานในข้อเรียกร้องของตน และทรัมป์มีแนวโน้มจะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ถูกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้ของสหรัฐ

ขณะเดียวกัน ยูเรเซีย กรุ๊ป ปรับเพิ่มโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะเผชิญหน้ากันต่อไปโดยไม่มีข้อยุติเป็น 30% จากเดิม 15%

ยูเรเซีย กรุ๊ประบุในรายงานว่า แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา แต่หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็มีแนวโน้มพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยอาจอยู่ในช่วง 110-125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ